รู้จัก อัล นาสเซอร์ : ทีมที่เคยแย่ทั้งผลงานและรายได้แต่สู้ตายทุกราคาเพื่อ โรนัลโด้

รู้จัก อัล นาสเซอร์ : ทีมที่เคยแย่ทั้งผลงานและรายได้แต่สู้ตายทุกราคาเพื่อ โรนัลโด้
ชยันธร ใจมูล

เป็นทางการแล้วสำหรับสโมสรใหม่ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้แก่ อัล นาสเซอร์ สโมสรจากลีกซาอุดิ อาระเบีย  

เรื่องที่น่าสนใจก็คือ อัล นาสเซอร์ คือสโมสรที่ย่ำแย่ทั้งในและนอกสนามในช่วง 5 ปีทีผ่านมา พวกเขาไม่ใช่ทีมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ แถมยังขาดทุนทุกปี และยังมีการประกาศลดรายจ่ายสโมสร 30% อีกต่างหาก

ทั้ง ๆ ที่ อัล นาสเซอร์ ขาดทุนขนาดนั้นทำไมพวกเขาจึงยังอยากจะจ่ายเงินให้ โรนัลโด้ มากถึงสัปดาห์ละ 3.4 ล้านยูโร ? … ติดตามที่ Think Curve - คิดไซด์โค้ง

สโมสรจากลีกที่มีรายได้ไม่ใช่เล่นๆ

ฟุตบอลในประเทศ ซาอุดิอาระเบีย นั้นเริ่มเเข่งขันมาตั้แต่ปี 1950 โดยในช่วงแรกนั้นทีมที่แข่งขันจะเป็นตัวแทนของแต่เขตการปกครองมาร่วมแข่งขันกัน ตอนนั้นพวกเขาใช้ชื่อว่า คิงส์ คัพ เป็นการชิงถ้วยมากกว่าเป็นระบบลีก จนกระทั่งในปี 1976 จึงได้มีการเริ่มสร้างลีกฟุตบอลขึ้นมา และเริ่มต่อยอดด้วยการรวมลีกระหว่างทีมที่แข่งในคิงส์ คัพ กับทีมที่อยู่ในลีก และเริ่มนับเป็นระบบลีกตั้งแต่นั้นมา

Photo : Goal

หลังจากสร้างลีก แต่ละทีมก็เริ่มขยับขยายสร้างความแข็งแกร่งกันมากขึ้น ส่วนนี้มีผลมาจากระบบการปกครองแบบรัฐเดี่ยว ซึ่งเป็นการปกครองแบบที่แต่รัฐจะปกครองตัวเอง และมีกฎหมายของตัวเอง โดยมีรัฐบาลกลางและพระมหากษัติรย์เป็นศูนย์กลางการปกครองสูงสุด

เมื่อแต่ละรัฐส่งทีมเข้าแข่งขัน ทีมฟุตบอลก็เหมือนเป็นตัวแทนความแข็งแกร่งของราชวงศ์ในแคว้นเขตต่าง ๆ ดังนั้น... ถ้าทีมฟุตบอลเท่ากับตัวแทนความแข็งแกร่ง ก็เป็นเหตุผลที่ดีเพียงพอที่ฝั่งผู้ปกครองในแต่ละเเคว้นจะทุ่มงบประมาณลงไปกับทีมฟุตบอล

แน่นอนว่าลีก ซาอุดิอาระเบีย นั้นไม่มีกฎ FFF หรือกฎทางการเงินที่เรียกว่า ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ เพราะกฎดังกล่าวเป็นกฎที่ใช้กันในกลุ่มชาติสมาชิกยูฟ่า(ยุโรป) เท่านั้น ดังนั้นการลงทุนของแต่ละทีมในลีก ซาอุดิอาระเบีย จึงเป็นไม่มีเพดานค่าใช้จ่ายมากดเอาไว้ ... อยากลงเงินเท่าไร่ก็ใส่ไปให้เต็มที่ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม ลีก ซาอุดิอาระเบีย จึงมักจะดึงสตาร์ที่ค้าแข้งในลีกยุโรปมาร่วมทัพด้วยราคาค่าตัว และค่าเหนื่อยแบบทุ่มไม่อั้น

Photo : Goalzz

นอกเรื่องของการปกครองแล้ว ซาอุดิอาระเบีย ยังเป็นประเทศที่มั่งคั่งมากที่สุดประเทศหนึ่งจากธุรกิจน้ำมันดิบ ดังนั้นในเรื่องของฟุตบอลลีก ต่อให้ไม่ใช่ลีกดังแต่พวกเขาก็มีผู้สนับสนุนลีกมากมาย โดยในฤดูกาล 2022-23 ล่าสุดนั้น มีการรายงานจาก saudigazette ว่าฟุตบอลลีกของ ซาอุดิอาระเบีย มีรายได้รวมมากถึง 478 ล้านริยัล (130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือถ้าตีเป็นเงินไทยก็จะสูงถึง 4.5 พันล้านบาทเลยทีเดียว

ผู้สนับสนุนหลักของลีกคือ Roshn บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ ซึ่งมีบริษัท Public Investment Fund (บริษัทเดียวกันที่เทคโอเวอร์สโมสรนิวคาสเซิล ในปี 2021) เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด  นอกจากยักษ์ใหญ่แล้วลีก ซาอุดิอาระเบีย ยังมีผู้สนับสนุนมากถึง 106 ราย นั่นทำให้เงินสะพัดเป็นอย่างมาก หากมองในระดับมาตรฐานลีกเอเชียทุกวันนี้

Photo : BBC

แม้จะเห็นตัวเลขกลม ๆ แล้วชวนให้ตาโต ทว่าทีมในซาอุดิอาระเบีย หลายทีมก็มีรายจ่ายเยอะไม่แพ้รายรับเลย อย่าลืมว่าพวกเขาทุ่มแหลกเพื่อซื้อนักเตะ จ่ายค่าตัว ทุ่มค่าเหนื่อย จำนวนมหาศาล ขณะที่ส่วนเเบ่งรายได้ของลีกนั้น ก็ยังต้องไปซอยแบ่งให้ถึงสโมสรอื่น ๆ กันตามสมควร ซึ่งกรณีนี้เองทำให้หลายทีมในซาอุดิอาระเบีย ขาดทุนแทบจะทุกปี ซึ่ง อัล นาสเซอร์ สโมสรที่มีข่าวว่า "ใกล้จะได้ตัว โรนัลโด้" ก็เช่นกัน ... ว่ากันว่าพวกเขาขาดทุนแทบทุกปี แล้วพวกเขาจะเอาเงินจากไหนมาซื้อ โรนัลโด้ กันละ ?

เรื่องที่เกี่ยวข้อง : มาราโดน่าแห่งซาอุฯ : ซาอิด อัล โอไวรัน นักเตะที่เก่งจน “King” เรียกไปตบรางวัลจนเสียคน

มาราโดน่าแห่งซาอุฯ : ซาอิด อัล โอไวรัน นักเตะที่เก่งจน “King” เรียกไปตบรางวัลจนเสียคน | Think Curve - คิดไซด์โค้ง
ประตูเดียวเปลี่ยนชีวิตคน ๆ หนึ่งไปตลอดกาล นี่คือเรื่องราวของนักเตะคนหนึ่งที่ว่ากันว่า “เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติซาอุดิ อาระเบีย” ชื่อของเขาคือ ซาอิด อัล โอไวรัน เขาคือนักเตะที่เลี้ยงเดี่ยวฝ่านนักเตะเบลเยี่ยมเป็นระยะทางกว่า 70 หลา ลากเข้าไปทำประตูประวัติศาสตร์จากฟุตบอลโลก จนกระทั่งประตูนั้นทำให้…

เราคือ อัล นาสเซอร์

แม้ ณ ปัจจุบัน อัล นาสเซอร์ จะเป็นจ่าฝูงของลีกสูงสุดของ ซาอุดิ อาระเบีย อย่างไรก็ตามหากวัดผลงานกันในช่วง 4-5 ปีหลังพวกเขา คือสโมสรเบอร์ 2 ของประเทศ ในเวลานี้ (อัล ฮิลัล เป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุด) โดย อัล นาสเซอร์ ได้รับส่วนแบ่งรายได้จากทางลีกปีละ 21.5% ของรายได้ลีกทั้งหมด

สโมสรแห่งนี้เป็นรอง อัล ฮิลัล มายาวนาน พวกเขาเคยประสบปัญหาเรื่องแย่ ๆ ทั้งในและนอกสนามมาตลอด  จนกระทั่งในปี 2020 คาลิด บิน ฟาฮัด บิน อับดุลอาซิซ เจ้าชายแห่งรัฐที่เป็นสมาชิกระดับแชร์แมนของสโมสร ได้สั่งเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารสโมสรใหม่ทั้งหมดโดยการนำ มูซาลี อัล-มูอัมมาร์ เข้ามาเป็นประธานสโมสร

Photo : AFC

จากนั้นการทุ่มเงินซื้อนักเตะเพื่อทวงคืนก็เริ่มขึ้น นักเตะชื่อคุ้นหูอย่าง อันเเดร์สัน ทาลิสก้า ย้ายมาจาก กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ หลังจากลีกจีนประกาศเลิกลงทุนหนักกับนักเตะต่างชาติ นอกจากนี้ยังมี แว็งซ็องต์ อาบูบาการ์ กองหน้าทีมชาติเคเมอรูน รามิโร ฟูเนส โมรี กองหลังทีมชาติ อาร์เจนติน่า, โจนาธาน โรดริเกซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย, นิโคลัส มาร์ติเนซ ดาวซัลโว เมเจอร์ลีกอเมริกา, ดาวิด ออสปิน่า นายทวารทีมชาติโคลอมเบียม, หลุยส์ กุซตาโว่ อดีตกองกลางทีมชาติบราซิล และ อัลบาโร กอนซาเลซ นักเตะดีกรีเยาวชนทีมชาติสเปน

นักเตะทั้งหมดนี้ย้ายมาด้วยค่าตัวไม่น้อย และแน่นอนว่าค่าเหนื่อยในการดึงนักเตะเหล่านี้ออกจากยุโรปก็คงหนักหน่วงไม่แพ้กัน ดังนั้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อัล นาสเซอร์ มีผลประกอบการที่ติดลบมาโดยตลอด เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ปีละ 110-115 ล้านริยัล หรือราว ๆ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการรายงานของ Arriyadiyah หนังสือพิมพ์กีฬารายวันของอาหรับ

Photo : ABC News

มูซาลี อัล-มูอัมมา ถึงกับประกาศว่า สโมสรมีเป้าหมายจะลดค่าใช้จ่ายลงให้ได้ในปี 2022 นี้ อย่างน้อย 30% เพื่อให้สโมสรประสบภาวะขาดทุนน้อยที่สุด จากรายได้รวมต่อปีที่ 86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งที่พวกเขาประกาศไปหยก ๆ ว่าจะลดค่าใช้จ่าย แต่ทำไมพวกเขายังต้องซื้อตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อีก ? พวกเขาเอาเงินมาจากไหน และเอา โรนัลโด้ มาเพื่ออะไรกันแน่ ?

เสียเท่าไหร่ได้กลับมามากกว่านั้น

การเซ็นสัญญากับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ด้วยค่าเหนื่อยที่คาดว่าจะสูงถึง 3 ล้านยูโร ต่อสัปดาห์ ทำลายสถิติค่าเหนื่อยแพงที่สุดในโลกของ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ไปเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว

Photo : Marca

เงินจำนวนมหาศาลกับนักเตะในวัย 37 ปี ทำไปเพื่ออะไร ? หากเอาเงินจำนวนนี้ไปใช้ซื้อนักเตะอเมริกาใต้เก่ง ๆ มาเสริมทัพได้อีกหลายคน แบบนี้น่าจะทำให้  อัล นาสเซอร์ กลายเป็นทีมที่มีคุณภาพมากขึ้นไม่ใช่หรือ ?

คำตอบนี้สื่อตะวันตกทำงานอย่างรวดเร็ว ณ ตอนนี้มีรายงานจาก ESPN ว่า สโมสร อัล นาสเซอร์ นั้นมีเบื้องหลังจากการสนับสนุนของรัฐบาลกลางของ ซาอุดิอาระเบีย อย่างเต็มที่ เพราะโปรเจคที่รออยู่หลังจากนี้คือ "การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 2030"

ESPN เชื่อว่าการได้ซูเปอร์สตาร์อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ ย้ายมาค้าแข้งในลีก จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับซาอุดิอาระเบีย รวมถึงยังวางแผนแต่งตั้ง โรนัลโด้ เป็นทูตกิตติมศักดิ์ของประเทศด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงดีดลูกคิดบวกลบคูณหารดูแล้วว่าการลงทุนกับ โรนัลโด้ คือความเสี่ยงที่พวกเขายอมรับได้ และมีโอกาสที่จะทำให้ทั่วโลกรู้จักฟุตบอลลีกของประเทศซาอุดิอาระเบีย ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งภาพลักษณ์เหล่านี้มีผลอย่างมากในการเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลก จากมุมมองของ FIFA

งานนี้จึงเป็นเหมือนการลงทุนเพื่ออนาคต และสโมสรก็มีนายทุนอยู่เบื้องหลังที่พร้อมจะสู้ทุกราคา ...  ส่วนจะคุ้มค่าทั้งในระยะสั้น และระยะยาวหรือไม่ ในวันที่ โรนัลโด้ ลงสนามให้ อัล นาสเซอร์ เราจะได้คำตอบนี้อย่างแน่นอน

https://www.arabnews.com/node/1832736/sport

https://www.arabnews.com/node/1629931/saudi-arabia

https://www.arabnews.com/node/1917536/sport?fbclid

https://en.wikipedia.org/wiki/Al_Nassr_FC

https://saudigazette.com.sa/article/625212

แชร์บทความนี้
หัวหน้ากองบรรณาธิการ, คิดไซด์โค้ง-ThinkCurve
mask-bg
logo-black

SOCIAL MEDIA

สนใจโฆษณาติดต่อ