จอมเจ็บ + หมดไฟ + ความหวังใหม่ = 3R : ย้อนจุดกำเนิดทริโอที่ดีที่สุดตลอดกาลของฟุตบอลโลก

จอมเจ็บ + หมดไฟ + ความหวังใหม่ = 3R : ย้อนจุดกำเนิดทริโอที่ดีที่สุดตลอดกาลของฟุตบอลโลก
นันทน์ภูมิ พุทธิพงษ์

หลังจากผิดหวังในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ปี 1998 ที่ฝรั่งเศส บราซิลเเชมป์โลก 4 สมัย เดินทางไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดที่ท้ายปี 2002 ที่เกาหลีใต้กับญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ด้วยความมั่นใจว่าคราวนี้เเหละจะเป็นปีของพวกเขา พวกเขาจะเอาโทรฟี่กลับบ้านให้ได้ นำทัพมาด้วย "3R" สามประสานในเเดนหน้าอย่าง โรนัลโด้ ริวัลโด้ เเละโรนัลดินโญ่ ที่เขาว่ากันว่าโหดที่สุดในโลก ณ ตอนนั้น

แล้วจนถึงกระทั่งปัจจุบันด้วย … พบกับเรื่องราวจุดเริ่มต้นตำนาน 3R แห่งทัพเเซมบ้าได้ที่คิดไซด์โค้ง


โรนัลโด้ R9

Photo : showsport

นี่คือเด็กที่เก่งตั้งแต่ปรากฎตัวในยุโรป เพราะตลอด 2 ฤดูกาลกับสโมสรอย่าง พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นเเละ อีก 1 ฤดูกาล บาร์เซโลน่า โรนัลโด้ซัดไป 101 ประตู เพียงพอเเล้วที่จะทำให้เขาก้าวขึ้นไปเป็นกองหน้าเบอร์หนึ่งของยุคเเละได้ย้ายทีมเป็นค่าตัวสถิติโลกสู่อินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่ของอิตาลี


“เพียงเเค่ครั้งเเรกที่เห็นเขาเล่น คุณสามารถบอกได้ทันทีว่าเด็กคนนี้พิเศษ เขามีความเร็วมากทั้งตอนมีบอลเเละไม่มีบอล วิธีการเลี้ยงบอลของเขามันน่าเหลือเชื่อมาก เขาไปกับลูกฟุตบอลได้ดีมาก เเละถ้าเป็นการดวล 1 ต่อ 1 กับผู้รักษาประตู เขาจะทำได้ประตูได้อย่างเเน่นอน” เบาเดอไวน์ เซนเด้น อดีตเพื่อนร่วมทีมพีเอสวี เล่าให้บีบีซีฟัง


สองซีซั่นเเรก กับ อินเตอร์ มิลาน โรนัลโด้ซัดไป 49 ประตู คว้าเเชมป์ยูฟ่า คัพ 1 สมัย ผู้เล่นยอดเยี่ยมของเซเรีย อา 1 สมัย เเละบัลลัง ดอร์ 1 สมัย ในปี 1997 ด้วยวัยเพียงเเค่ 21 ปี ก่อนที่อาการบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าจะมาเล่นงานเขา


พฤศจิกายน ปี 1999 เกมกับเลชเช่ อินเตอร์ มิลานนำอยู่ 6-0 เเต่ในนาทีที่ 59 โรนัลโด้ส่งสัญญาณขอเปลี่ยนตัวออกจากสนาม เขาสามารถเดินออกจากสนามได้ปกติ ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะร้ายเเรง เเต่กลับกลายเป็นว่าเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดเเละห่างหายจากสนามไปถึง 5 เดือน


เดือนเมษายน ปี 2000 โรนัลโด้กลับมามีชื่อเป็นตัวสำรองให้อินเตอร์ มิลาน ในนัดชิงโคปา อิตาเลีย กับลาซิโอ เเละถูกเปลี่ยนตัวลงมาในที่สุด ผ่านไปเพียงเเค่ 6 นาที โรนัลโด้ได้บอลบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ เขาลากเลื้อยเข้าไปหากองหลังเเล้วพยายามจะสับขาหลอก เเต่อยู่ดีๆเขาก็ล้มลงไปกุมหัวเข่าตัวเองด้วยความเจ็บปวด ต้องถูกหามออกจากสนามทั้งน้ำตา เเละเกือบจะต้องเลิกเล่นฟุตบอลไปแล้ว เพราะเเพทย์ไม่เเน่ใจว่าเข่าของเขาจะกลับมาเล่นได้เหมือนเดิมหรือไม่

Photo : The Mirror

“เกิดคำถามเเละข้อสงสัยในหมู่เเพทย์ที่ทำการรักษาเข่าของโรนัลโด้ว่าเขาจะสามารถกลับไปเตะฟุตบอลได้ไหม ถ้ากลับไปเตะได้ก็ไม่น่าจะใช่ในระดับสูงเหมือนเดิม เหมือนที่เขาเคยทำได้” นีลตัน เปโตรเน่ อดีตนักกายภาพของอินเตอร์ มิลานให้สัมภาษณ์กับ โฟร์โฟร์ทู

เเต่หลังจากหายหน้าหายตาไปตั้งใจรักษาตัวเเละทำกายภาพบำบัดอยู่หนึ่งฤดูกาลเต็ม ๆ ว่ากันว่าต้องทำกายภาพบำบัดหนักมากถึงวันละ 10 ชั่วโมง โรนัลโด้ จึงกลับมาได้ในเดือนกันยายน ปี 2001 เเต่ก็ไม่ได้ลงเล่นมากมาย เฮคเตอร์ คูเปต์ผู้จัดการทีมอินเตอร์ มิลานในตอนนั้น พยายามทะนุถนอมการใช้งานโรนัลโด้ให้มากที่สุด


ฤดูกาล 2001/2002 เขาลงเล่นให้อินเตอร์ มิลานต้นสังกัด ไป 16 นัด ยิงไป 7 ประตู จ่ายให้เพื่อนอีก 2  เต็มไปด้วยคำถามมากมายของเเฟนบอลเเละสื่อที่บอกว่า อาชีพนักฟุตบอลของเขามันจบเเล้ว เขาไม่ใช่ผู้เล่นที่สุดยอดอีกต่อไปแล้ว เข่าของเขาพังไปหมดเเล้ว เขาคงทำอะไรไม่ได้ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เลยเป็นที่มาให้เขาตัดผมทรงไดโกะโระเเละเก็บกระเป๋าออกเดินทางสู่ฟุตบอลโลก 2002

“ผมเบื่อที่ทุกคนพูดถึงเเต่อาการบาดเจ็บของผม ผมเลยตัดสินใจตัดทรงผมนี้ ผมไม่ได้ภูมิใจกับมันหรอก เเต่มันเป็นเหตุผลที่ดีในการหันเหความสนใจ เพื่อให้ทุกคนพูดถึงมันเเทนอาการบาดเจ็บของผม ผมจะได้มีสมาธิโฟกัสไปที่การฝึกซ้อมเเละการเเข่งขัน” เจ้าตัวให้สัมภาษณ์หลังจากนักข่าวถามถึงเหตุผลในการตัดทรงแปลกประหลาดเช่นนี้ไม่กี่วันก่อนที่เวิลด์คัพ 2002 จะเริ่มขึ้น
Photo : Getty images

ริวัลโด้…ที่เขาว่าหมดเเล้ว

หน้าต่ำของแท้อย่าง ริวัลโด้ มีครบเครื่องทั้งความคล่องแคล่ว เทคนิค และควมเด็ดขาด เขาอยู่บนมาตรฐานระดับสูงหลังจาก 21 ประตูในซีซั่นเเรกของเขากับเดปอร์ติโว่ ลา คอรุนญ่า ในลาลีกา สเปน ก่อนที่ ริวัลโด้ได้ย้ายสู่สโมสรบาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ของสเปน โดยกุนซืออย่าง ไบรอัน ร็อบสัน เป็นคนโน้มน้าวบอร์ดบริหารให้เซ็นสัญญากับริวัลโด้เเทนการเซ็นสัญญากับ สตีฟ เเม็คมานามาน

Photo : MARCA

ในปี 1997 ซีซั่นเเรกของริวัลโด้กับบาร์เซโลน่า เขาซัดไป 19 ประตูในลีก เป็นรองดาวซัลโวของลา ลีกา สเปน ช่วยให้ทีมคว้า ดับเบิ้ล เเชมป์ ลา ลีกากับ โคปา เดล เรย์ หลังจากนั้นมาเขากลายเป็นคีย์เเมนตัวหลักของบาร์เซโลน่า เป็นคนที่ทีมจะขาดไม่ได้เลย จนไปถึงจุดพีคที่สุดของเขาในปี 1999

ด้วยเท้าซ้ายที่เเม่นยำ ความคล่องตัว การคอนโทรลบอลที่เหนือชั้น เเละความเเข็งเเกร่งของร่างกาย ในปี 1999 ริวัลโด้ ยิง 24 ประตูในทุกรายการที่ลงเเข่งขันในระดับสโมสร ส่งให้บาร์เซโลน่าคว้าเเชมป์ลีก คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของลาลีกา สเปน เเละยิงให้ทีมชาติบราซิลอีก 5 ประตู พาทีมคว้าเเชมป์โคปา อเมริกา คว้ารางผู้เล่นยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ เเละก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลบัลลงดอร์ ในปี 1999

หลังจากนั้นริวัลโด้ เริ่มมีปัญหากับเฮดโค้ชของทีมในขณะนั้น ซึ่งก็คือ หลุยส์ ฟาน กัล ที่อยากให้ริวัลโด้ไปเล่นทางริมเส้นมากกว่าเล่นตรงกลางเเต่ริวัลโด้ไม่ถนัด เเต่ก็ยังยิงไป 12 ลูก ในลีก เเละอีก 10 ประตู ในเเชมป์เปี้ยน ลีก เเละเกิดความเปลี่ยนเเปลงขึ้นมากมายที่บาร์เซโลน่า

ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2000/2001 บาร์เซโลน่าเปิดบ้านพบกับบาเลนเซีย โดยมีโควตายูฟ่า เเชมเปี้ยส์ ลีก เป็นเดิมพัน บาร์เซโลน่าต้องชนะเท่านั้นเเต่สำหรับบาเลนเซียเพียงเเค่ผลเสมอก็พอเเล้วที่จะทำให้พวกเขาได้ไปเล่นถ้วยใหญ่ของยุโรป

เริ่มเกมมาได้เพียงเเค่ 3 นาที ริวัลโด้ ปั่นฟรีคิกสุดสวยให้บาร์ซ่าออกนำไป 1-0 ก่อนที่ รูเบน บาราฆา จะยิงตีเสมอให้บาเลนเซียใน นาทีที่ 25 เเละก่อนหมดครึ่งเเรกไม่กี่นาทีเป็น ริวัลโด้ ที่สับไกยิงจากนอกกรอบเขตโทษเข้าไป หมดเวลาในครึ่งเเรกบาร์เซโลน่านำอยู่ 2-1

เริ่มครึ่งหลังมาเพียงไม่กี่นาที ก็เป็น รูเบน บาราฆา คนเดิม ยิงตีเสมอให้บาเลนเซีย เป็น 2-2 หลังจากนั้นเกมก็ดำเนินไปเรื่อยๆทำท่าว่าจะจบลงด้วยผลเสมอ จนมาถึงนาทีที่ 88 เเฟรงก์ เดอ บัวร์ ชิพบอลเข้าไปให้ริวัลโด้บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ริวัลโด้พักอกหนึ่งที ก่อนที่จะกระโดดตีลังกายิง บอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม แฮตทริกของริวัลโด้ ส่งให้ บาร์เซโลน่า เอาชนะ บาเลนเซีย ไป 3-2 ได้โควตาไปเล่นถ้วยยูฟ่า เเชมป์เปี้ยน ลีกส์ ในปีหน้า เเละเป็นแฮตทริกประวัติศาสตร์ที่เเฟนบอลทั่วโลกต้องจดจำ

Photo : Francefootball

“ตอนที่ เดอ บัวร์ เปิดบอลมาให้ผม ผมรู้อยู่เเล้วว่าผมอยู่ตรงไหนของสนาม มันค่อนข้างจะห่างจากประตูพอสมควร ถ้าผมจะยิง ก็ต้องยิงให้เเรงเข้าไว้ เเต่ทันทีที่ผมจับบอลได้ ผมรู้เลยว่าลูกนี้จะต้องเป็นลูกยิงที่ดีเเน่ๆ มันเป็นวันที่พิเศษมากๆ ผมไม่มีทางลืมมันเเน่นอน” ริวัลโด้ ให้สัมภาษณ์กับ ดิ อินดิเพนเดนท์

ฤดูกาล 2001-2002 ก่อนฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่เอเชียจะเริ่ม เป็นฤดูกาลสุดท้ายของริวัลโด้กับบาร์เซโลน่า ริวัลโด้ในวัย 30 ปี ณ ตอนนั้นได้รับโอกาสลงเล่นกับบาร์เซโลน่าน้อยลง เพียง 20 นัดในลีก ยิงไป 8 ประตู เเล้วมีข่าวว่าสโมสรพร้อมที่จะปล่อยตัวเขาออกจากทีมฟรีๆหลังจากหมดสัญญา เขาจึงเดินทางไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วยความรู้สึกที่ต้องการจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เขาในวัย 30 ปี ยังมีดีพอที่จะเล่นฟุตบอลในระดับสูง … นี่คือเวทีที่เหมาะแก่การพิสูจน์ตัวเองอย่างแท้จริง


อัจฉริยะแห่งยุค

คำว่า โรนัลดินโญ่ ใน ภาษาโปรตุกีส แปลว่า โรนัลโด้ร่างเล็ก เพราะเขาเป็นเด็กที่ตัวเล็ก เเต่ก็มีสกิลการเลี้ยงบอลที่พริ้วไหว ไปกับลูกฟุตบอลได้ดี เเถมยังเล่นในพื้นที่เเคบๆได้อย่างเชี่ยวชาญ เหมือนกับ โรนัลโด้ เลยเป็นที่มาของชื่อเขา เพื่อนๆมักจะเรียกเขาด้วยชื่อนี้

ในปี 1997 โรนัลดินโญ่คือดาวรุ่งพุ่งเเรงของวงการฟุตบอลบราซิลในขณะนั้น เขาพาทีมชาติบราซิลชุดอายุไม่เกิน 17 ปี คว้าเเชมป์บอลโลกที่ประเทศอียิปต์ เเละได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ เเละได้เซ็นสัญญาอาชีพฉบับเเรกกับเกรมิโอสโมสรในลีกบราซิล

ในปี 1999 โรนัลดินโญ่ในวัย 19 ปี ที่ค้าเเข้งอยู่กับเกรมิโอสโมสรในบ้านเกิด มีชื่อติดทีมชาติบราซิลชุดเเชมป์ โคปา อเมริกา เเละทำไป 1 ประตู หลังจากนั้นกลายเป็นขาประจำกับทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ไปเลย ได้ไปเล่นในรายการอย่าง ฟีฟ่า คอนเฟดเดอเรชั่น คัพ ปี 1999 คว้ารางวัลดาวซัลโวเเละผู้เล่นยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์

ในปี 2001 โรนัลดินโญ่ ได้โอกาสไปเล่นในยุโรปครั้งเเรก เป็นปารีส แซงต์-แชร์กแมง เอฟซี เซ็นสัญญา 5 ปีคว้าตัวโรนัลดินโญ่มาเล่นใน ลีก เอิง ฝรั่งเศส ในราคา 5 ล้านยูโร ในปีเเรกของเขากับปารีส เขายังไม่ใช่คีย์เเมนของทีม บางนัดเป็นตัวจริง บางนัดต้องนั่งสำรอง ลงเล่นไปทั้งหมด 40 นัด ยิงไป 13 ประตู ยังไม่ค่อยมีใครในยุโรปเชื่อมั่นในฝีเท้าของเขาสักเท่าไหร่ เเละเหมือนจะมีปัญหาไม่ลงรอยกับหลุยส์ เฟอร์นันเดส เฮดโค้ชของปารีสในขณะนั้น…

Photo : Eurosport

อย่างไรก็ตามสำหรับทีมชาติบราซิล นักเตะพรสวรรค์คือเครื่องหมายการค้าของพวกเขามาช้านาน เมื่อถึงเวลาอันสมควร ในท้ายที่สุดโรนัลดินโญ่ก็มีชื่อติดทีมชาติบราซิลชุดลุยฟุตบอลโลก 2002 เเละเก็บกระเป๋าออกเดินทางสู่ญี่ปุ่น

เหตุเกิดที่ฟุตบอลโลก 2002

Photo : talksport

บราซิลเดินทางมาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดที่ท้ายปี 2002 ที่เกาหลีใต้กับญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ในฐานะ เต็ง 4 ของทัวร์นาเมนต์ หลุยส์ เฟลิปเป้ สโคลารี่ เฮดโค้ชของทีม ต้องการจะกลบจุดอ่อนของทีมจากปี 1998 ที่มีผู้เล่นพยายามจะเล่นเกมรุกมากไป เลยมาในแผน 3-4-3 โดยที่ให้อิสระในการเล่นเกมรุกเเก่สามประสานในเเดนหน้าคือ “3R” โรนัลโด้ ริวัลโด้เเละโรนัลดินโญ่

นอกจากนี้ยังเปิดพื้นที่ให้ โรเเบร์โต คาร์ลอส กับ คาฟู ขึ้นลงทางริมเส้น เล่นทั้งรับเเละรุก ส่วนผู้เล่นที่เหลือในตำเเหน่งกองกลางเเละเซ็นเตอร์ทั้ง 3 คน เป็นผู้เล่นที่ถนัดไปในเชิงเกมรับมากกว่า เพื่อเป็นพลังงานในการวิ่งไล่เอาบอลคืนมาเเล้วป้อนไปให้บรรดาตัวรุกของทีมที่เขามั่นใจว่าต้องชุดนี้เท่านั้น

สโคลารี่ถึงกับรอเช็คสภาพความฟิตของโรนัลโด้ยันนาทีสุดท้าย ค้านสายตาสื่อเเละเเฟนบอลที่มองว่า โจวานนี่ เอลเเบร์ ที่ค้าเเข้งอยู่กับบาเยิร์น มิวนิค อาจจะพร้อมกว่าโรนัลโด้ ซึ่งเป็นฝ่ายสโคลารี่ที่คิดถูกเพราะว่า บราซิลชุดนั้นจบทัวร์นาเมนต์ด้วยการชนะรวดทุกนัด เเละยิงไปทั้งหมด 18 ประตู มากที่สุดในทัวร์นาเมนต์ คว้าเเชมป์บอลโลกสมัยที่ 5 อย่างยิ่งใหญ่ โดยที่ “3R” ยิงรวมกันทั้งหมด 15 ลูก

เเบ่งเป็น โรนัลโด้ 8 ลูก ริวัลโด้ 5 ลูก เเละโรนัลดินโญ่ 2 ลูก เเละติดทีมยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ทั้งสามคน

“การที่ผมรอเพื่อให้โรนัลโด้ฟิตเเละมาร่วมกับเราได้นั้น มันไม่ใช่เเค่เพราะเขาเป็นนักเตะที่ดี เเต่เขาคือนักเตะที่พิเศษเเละมีผลต่อความมั่นใจของทีม การมีเขาอยู่ในทีมมันทำให้ผู้เล่นคนอื่นๆมีกำลังใจที่จะเล่น” สโคลารี่ให้สัมภาษณ์

Photo : The Mirror

ถึงเเม้จะขัดใจสื่อเเต่สโคลารี่ได้ใจลูกทีม จนพวกเขาได้ตั้งชื่อกลุ่มว่า Scolari family หรือว่าครอบครัวสโคลารี่นั่นเอง

เพื่อให้มีสมาธิกับการเเข่งขันเเละโฟกัสไปที่เป้าหมายเดียวกัน สโคลารี่ ให้ทุกคนตัดขาดจากโลกภายนอกทั้งหมดเเละใช้ชีวิตร่วมกัน นักเตะบราซิลจึงอยู่ชั้นเดียวกันของโรงเเรม ผู้เล่นบราซิลเลยใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับการเล่นปิงปอง เล่นพูล เล่นวินนิ่ง ทีมชุดนี้เลยกลายเป็นทีมที่สนิทเเละสามัคคีกัน ทุกคนปฏิบัติตามกฏของ สโคราลี่อย่างเคร่งครัด ไม่มีปาร์ตี้ ไม่มีการแอบเอาเเฟนสาวเข้ามาในโรงเเรมหรือเเม้เเต่หนังโป๊ก็ห้ามดู

“มีครั้งหนึ่งมีนักข่าวพยายามจะส่งนิตยสารโป๊เข้ามาให้เรา บิ๊กฟิลเอาไปแล้วบอกสื่อว่า เรากำลังพยายามทำงานกันอย่างหนักที่นี่ อย่าบังอาจส่งของพวกนี้มาทำให้เด็กๆของผมเสียสมาธิ” โรนัลโด้เปิดเผยผ่านสารคดีของ สกาย สปอร์ต

ใครที่อยากรู้เรื่องราวเต็มๆสามารถหาดูได้จากสารคดีของ Sky documentary Brazil 2002: The Real Story ที่มีภาพวงในมากมาย จากการอัดด้วยกล้องมือสมัยนั้นของจูเลียโน่ เบลเล็ตติ เเบ็คขวาตัวสำรองของทีมชุดนั้น มีภาพทั้งในห้องเเต่งตัว การร้องเพลงบนรถบัส ภาพการซ้อม ภาพในห้องพักของทีม การตีกอล์ฟหน้าห้องพักเเก้เบื่อ เอ็กคลูซีฟมากๆ

ในคืนก่อนนัดชิง สโคลารี่บอกว่าเขาเจอนักเตะบราซิลกลุ่มหนึ่งออกมาเล่นกอล์ฟหน้าห้องพักตัวเองกันด้วยความผ่อนคลายเเละสบายๆ พร้อมสำหรับการเเข่งขันกันเต็มที่เเล้ว

การผสมผสานที่ลงตัว

สโคลารี่ใช้งานทั้งสามคนได้ลงตัวเเละกลายเป็นคอมโบที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เขาประเมินเเล้วว่าเขาจะเปลี่ยนวิธีการเล่นให้กับโรนัลโด้ เพื่อให้เหมาะกับสภาพเข่าของโรนัลโด้ เขาให้โรนัลโด้ยืนค้ำหน้าเป้า ใช้เซนส์บอลเเละความเร็วคอยวิ่งทะลุช่องหรือเข้าเเท็ปอินในบริเวณกรอบเขตโทษ

Photo : FIFA

วิธีการวิ่งคือเน้นวิ่งไปข้างหน้าหรือวิ่งฉีกเเนวรับเข้าหาประตู เเละกลายเป็นว่า 5 จาก 8 ลูกที่ทำได้เป็นลูกเเท็ปอิน เเละทั้ง 8 ลูกเกิดขึ้นในกรอบเขตโทษทั้งหมด

ไม่ต้องลงมาล้วงลากบอลจากกลางสนามเสี่ยงให้โดนเตะเเละได้รับบาดเจ็บ คุณคือเพชรฆาตหน้าที่ของคุณคือในกรอบเขตโทษรอจบสกอร์ให้ทีมอย่างเดียว

ส่วนหน้าที่ขึ้นเกม สโคลารี่ ให้เป็นหน้าที่ของริวัลโด้ เเละ โรนัลดินโญ่ ด้วยความนิ่ง สุขุม เยือกเย็นของริวัลโด้

เขาเป็นเหมือนลูกพี่ใหญ่ในเเนวรุกของเล่นคล้ายๆกองหน้าตัวต่ำลงมาเชื่อมเกมกับโรนัลดินโญ่เเละกองกลาง มีบ้างที่สลับกับโรนัลโด้เข้าไปในกรอบเขตโทษเเละรับหน้าที่เป็นคนสังหารจุดโทษมือหนึ่งของทีม ถึงเเม้ภายนอกสนามเขาจะเป็นคนพูดน้อยเเต่ในสนาม

เขาคือผู้เล่นที่พิเศษ ใช้ฝีเท้าพิสูจน์ความเป็นผู้นำเเละตัดสินเกมได้ อย่างเช่นลูกวอลเลย์สุดสวยจากระยะนอกกรอบเขตโทษที่เป็นประตูปลดล็อกให้ทีมขึ้นนำเบลเยียม 1-0 ในรอบ 16 ทีม

ส่วนโรนัลดินโญ่ในฟุตบอลโลก 2002 สโคลารี่ใช้งานเขาเหมือนเป็นโจ๊กเกอร์ หรือ ไพ่ใบพิเศษ ด้วยความที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักเขามากนัก ยังไม่เป็นที่หมายตาในการประกบสำหรับบรรดากองหลัง เเต่สโคลารี่เชื่อมั่นในฝีเท้าโรนัลดินโญ่อย่างมาก

จึงให้อิสระโรนัลดินโญ่ในการเล่นเกมรุกเเละใช้ความมหัศจรรย์ของฝีเท้าเขาได้อย่างตามใจชอบ เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ลากเลื้อยได้เต็มที่ เเละใช้ลูกเล่นต่างๆได้อย่างเต็มสตรีม เเละไม่มีใครคาดเดาได้ว่าสเต็ปต่อไปเขาจะทำอะไรเหมือนที่เขาทำให้เห็นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ดวลกับอังกฤษ โรนัลดินโญ่ จ่ายให้ริวัลโด้ยิงตีเสมอ เเละชิพลูกฟรีคิกโลกจำข้ามหัวเดวิด ซีเเมน เข้าไปอย่างสวยงาม ก่อนที่จะโดนใบเเดงเพราะไปย่ำใส่เเดนนี่ มิลส์กองหลังอังกฤษ ครบรสในเกมเดียว เป็นการร่ายรำเเละเเจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของโรนัลดินโญ่ในทัวร์นาเมนต์นี้

Photo : Planet football

“ไอ่หมอนี่มันเป็นใคร?” เเฟนบอลชาวอังกฤษคนหนึ่งลุกขึ้นมาถามคนในผับที่นั่งดูเเมตช์ด้วยกัน หลังจากเห็นลูกยิงฟรีคิกของโรนัลดินโญ่

“ถ้าให้พูดตรงๆลูกนั้น ผมจะตั้งใจจะยิงนะ เเต่ที่ผมเล็งไว้คือเสาเเรก ไม่ใช่เสานั้น ผมบอกคุณได้เลยว่ามันไม่ใช่ลูกฟลุคเเน่นอน เพราะผมตั้งใจยิงจริงๆ”
“ผมเหลือบไปเห็น เดวิด ซีเเมน ออกมาห่างจากประตู เลยคิดว่า ลองดูสักหน่อยดีกว่า ผมคงจะยิงเเรงไปหน่อย บอลมันเลยลอยไปตกที่อีกเสาหนึ่ง อาจจะต้องอาศัยโชคช่วยบ้างเเต่มันก็เข้าไปเเละเป็นประตูที่สวยงามจริงๆ” โรนัลดินโญ่ให้สัมภาษณ์หลายปีหลังจากนั้นเมื่อนักข่าวถามว่าเขาตั้งใจยิงหรือมันเป็นลูกฟลุคอย่างที่คนส่วนใหญ่คิด

ทั้งสามคนคือการผสมผสานเเละสูตรสำเร็จของสโคลารี่ กลายเป็นคีย์เเมนสำคัญในการพาบราซิลคว้าเเชมป์โลก สมัยที่ 5 มาได้สำเร็จเเละพิสูจน์ตัวเองให้ชาวโลกได้เห็นเเล้วว่าการเป็นสุดยอดนักฟุตบอล เก่งอย่างเดียวไม่พอต้องมีสภาพจิตใจที่เเข็งเเกร่ง หนักเเน่น เเละพร้อมที่จะทำงานหนัก

ริวัลโด้เจ้าของบัลลัง ดอร์ ปี 1999 ในวัย 30 ปี ซัดไป 5 ประตู เเล้วคว้ารางวัล เเมน ออฟ เดอะ เเมตช์ ไป 3 นัด จบทัวร์นาเมนต์ด้วยรางวัลซิลเวอร์ บอล หรือผู้เล่นยอดเยี่ยมอันดับ 2 ของทัวร์นาเมนต์รองจากโอลิเวอร์ คาห์น เขาพิสูจน์ให้เห็นเเล้วว่าเขายังมีดีพอที่จะเล่นอยู่ในระดับสูง เเละได้เซ็นสัญญาย้ายทีมไปอยู่กับยักษ์ใหญ่ของอิตาลีอย่าง เอซี มิลาน เเละคว้าเเชมป์ยูฟ่า เเชมป์เปี้ยน ลีกส์ ร่วมกับ เอซี มิลาน

โรนัลโด้ ในวัย 26 ปี ซัดไป 8 ประตู คว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดพาบราซิลคว้าเเชมป์สมัยที่ 5 โชว์คนที่เคยสงสัยในความสามารถของเขา เเละได้ย้ายทีมไปเซ็นสัญญากับเรอัล มาดริดที่กำลังสร้างทีมในยุคกาลาติกอส 1 เเละคว้ารางวัลบัลลัง ดอร์ ในปลายปี 2002

โรนัลดินโญ่ ในวัย 22 ปี ยิงไป 2 ประตู จ่ายให้เพื่อนทำประตูอีก 3 ประตู เเจ้งเกิดให้คนทั้งโลกรู้จักเขาอย่างเต็มตัวในทัวร์นาเมนต์นี้ ก่อนที่จะได้ย้ายไปร่วมทีมบาร์เซโลน่าในปี 2003 เเละก้าวขึ้นไปคว้ารางวัล บัลลัง ดอร์ ในปี 2005

ถ้าถามว่า ทำไม “3R” จึงเป็นทริโอที่ดีที่สุดตลอดกาลของฟุตบอลโลก คำตอบน่าจะเป็นเพราะว่า มันคือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดของสุดยอดเกมรุกเเละสภาพจิตใจที่เเข็งเเกร่ง พวกเขาคือ 3 ประสานของ อดีต ปัจจุบัน เเละอนาคตของนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก ณ ตอนนั้น

เเหล่งอ้างอิง

https://www.transfermarkt.com/ronaldo/leistungsdaten/spieler/3140/saison/2001/wettbewerb/WM?fbclid=IwAR0lUkK_AZyAAFev5ifua-EnERYznnsU4OzMLh9gt-I475fsqfJTzKxYQ3Q

https://www.givemesport.com/1562245-remembering-when-ronaldo-nazario-suffered-a-horrific-knee-injury-six-minutes-into-comeback?fbclid=IwAR32lkM3O9mDXckOBwQobP5dtPv2KM4FN6WebXLJTNKNwnlpN3Eoj3yMaXc

https://www.mirror.co.uk/sport/football/news/ronaldo-brazil-inter-milan-injury-25502014

https://bleacherreport.com/articles/1996414-rivaldo-his-greatest-moments-and-accomplishments

https://www.planetfootball.com/nostalgia/rivaldo-story-great-player-not-great-barcelona-team/

https://lifebogger.com/ronaldinho-childhood-story-plus-untold-biography-facts/

https://www.bbc.com/sport/football/63432094





แชร์บทความนี้
mask-bg
logo-black

SOCIAL MEDIA

สนใจโฆษณาติดต่อ