ดุดันไม่แพ้ต่างชาติ : 10 แข้งไทยฟอร์มเปรี้ยงเตะตาในไทยลีก 2022/23 เลก 1

ดุดันไม่แพ้ต่างชาติ : 10 แข้งไทยฟอร์มเปรี้ยงเตะตาในไทยลีก 2022/23  เลก 1
ชยันธร ใจมูล

มักจะมีการบอกว่าไทยลีกนั้นมีแต่นักเตะต่างชาติคอยแบก อย่างไรก็ตามในซีซั่น 2022-23 ช่วงเลกแรกนั้นมีนักเตะไทยหลายคนที่ท็อปฟอร์มและเล่นดีไม่แพ้แข้งต่างชาติเลย

และนี่คือ 10 นักเตะไทย ที่ฟอร์มดีที่สุดในเลกแรกที่ Think Curve - คิดไซด์โค้ง เชื่อว่า “เจ๋งแจ๋ว” อย่างแท้จริง

กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล

ในตำแหน่งผู้รักษาประตู กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล จากราชบุรี มิตรผล เอฟซี นั้นต้องเบียดกับ นพพล ละครพล จากฝั่งบุรีรัมย์ แบบตีคู่กันมา

แต่ที่สุดเเล้ว ผลงานของ กัมพล ที่เป็นตัวหลักของทีมและลงเล่นทุกเกมนั้นมีความชัดเจนกว่า แทบทุกเกมเขามักจะมีจังหวะเซฟแบบเกิดคาดให้เห็น นอกจากนี้ที่เด่นสุด ๆ คือการเซฟจุดโทษ ที่ช่วยให้ต้นสังกัดได้แต้มสำคัญ ๆ มามากมาย ไม่ว่าจะในเกมเซฟจุดโทษกับ ลำพูน วอริเออร์ส, ลำปาง เอฟซี และ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด  อีกด้วย

ถือว่ากัมพลมีส่วนสำคัญอย่างมากที่ให้ ราชบุรี มิตรผล ผลงานดีที่สุดในรอบหลายซีซั่น โดยเฉพาะเกมรับที่แน่นปึ๊กไว้ใจได้ ไม่แพ้ใครง่าย ๆ อีกเเล้ว

Photo : LINE TODAY

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม กัปตันของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือนักเตะที่ยิ่งเล่นยิ่งเห็นชัดว่าเป็นส่วนสำคัญของทัพปราสาทสายฟ้า

แบ็คขวาทีมชาติไทยพัฒนาเกมรับตัวเองขึ้นมาอย่างมาก ทุกวันนี้เขาสามารถจับปีกต่างชาติเทคนิคสูง ๆ อยู่หมัดในหลาย ๆ เกม เช่นเดียวกับเกมรุกที่เติมเกมมัน ๆ ตลอดทั้ง 90 นาที

เหนือสิ่งอื่นใดคือในซีซั่นนี้เขายังแอสซิสต์ไปแล้วถึง 4 ลูก จากการลงสนามทั้งมด 15 เกม ผลงานของเขาสะท้อนถึงผลงานถึงต้นสังกัดที่ นำโด่งเป็นจ่าฝูงไทยลีกถึง 9 แต้มหลังปิดเลกแรก

Photo : LINE TODAY

ทริสตอง โด

ทริสตอง โด อาจจะเป็นชื่อที่หลายคนมองว่าหมดไปแล้วจากฟอร์มที่ค่อนข้างตกลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในซีซั่น 2022-23 ทริสตอง โด นั้นถือมาแบบแกร่งดุดันไม่เกรงใจใครอย่างแท้จริง

บทบาทแบ็คจอมบุกอาจจะต้องพัฒนาเรื่องการเปิดบอลขึ้นมาบ้างเพราะทำไป 1 แอสซิสต์เท่านั้น  แต่เกมรับนั้นไว้ใจได้ ปีนี้ต้องบอกว่า "แน่นปึ๊ก"

โดยเจ้าตัวได้รับคำชมจาก ออเรลิโอ วิดมาร์ ว่าสามาราถทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม และยืนยันได้ด้วยการลงสนามครบทั้ง 15 เกมในเลกแรก และเหนือสิ่งอื่นใดคือโดยังเป็นนักเตะที่ลงเล่นเกมไทยลีกครบทุกนัดทุกนาทีโดยไม่เคยโดนเปลี่ยนออกเลยแม้แต่หนเดียวอีกด้วย

Photo : ไทยรัฐออนไลน์

เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม

เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม ย้ายมาอยู่กับ ราชบุรี มิตรผล ตั้งแต่ปี 2019 แล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมาผลงานยังไม่ค่อยเด่นชัดมากนัก จนกระทั่งฤดูกาล 2022-23 นี่แหละที่เขาแสดงให้เห็นว่าแบ็คซ้ายอย่างเขามีวิธีการเล่นที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใคร

จุดเด่นของ ดาวเตะเท้าซ้ายธรรมชาติรายนี้ นอกเหนือจากการครอสบอล ที่ทำไป 2 แอสซิสต์แล้ว เขายังเติมเกมรุก หรือถอยลงมาเล่นเกมรับ ได้อย่างรวดเร็ว ตามแบบฉบับแบ็กสมัยใหม่ แถมยังมีหัวจิตหัวใจนักใจสู้ ที่จะคอย บู๊ วิ่งไล่ตามติดคู่แข่งกัดไม่ปล่อย และสร้างความลำบากในกับปีกฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ โดยในเลกแรก เกียรติศักดิ์ ลงเล่นเกมไทยลีกครบ 15 เกม และชื่อของเขากลายเป็นชื่อที่แฟนบอลกำลังเรียกร้องให้ติดทีมชาติชุดใหญ่ในเวลานี้

Photo : Muangthong United

ธีราธร บุญมาทัน

การกลับมาจากญี่ปุ่นของ ธีราทร บุญมาทัน นั้นสิ่งที่เห็นกันชัด ๆ เลยคือเขาได้เอาคลาสบอลระดับแชมป์เจลีกมาด้วย วิธีการวิ่งตัวเปล่า การจ่ายบอลยาว-สั้น และวิสัยทัศน์ในการอ่านเกม ถือว่าเหนือกว่านักเตะไทยคนอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยในซีซั่นนี้ ธีราทร ใช้ประสบการณ์และคลาสอันเหลือร้ายขยับขึ้นมาเล่นกองกลาง ในตำแหน่งโฮลดิ้งมิดฟิลด์ และผลงานก็ดูจะยิ่งโดดเด่นขึ้นมากว่าตอนที่เล่นวิงแบ็คด้วยซ้ำไป

ในวัย 32 ปี ธีราทร ลงเล่นเกมไทยลีกทุกนัด ยิงไป 1 ประตูสุดสวยในเกมบุกชนะ การท่าเรือ เอฟซี นอกจากนี้ยังมีแอสซิสต์อีกถึง 4 ลูก เรียกได้ว่าทั้งรับทั้งรุกจบในคนเดียวอย่างแท้จริง

Photo : 90min

ศิวกรณ์ เตียตระกูล

การที่เชียงราย ยูไนเต็ด ปล่อยนักเตะสำคัญ ๆ ออกไปหลายราย ทำให้เเดนกลางต้องพึ่งฝีมือของ ศิวกรณ์ เตียตระกูล เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และที่น่าชื่นชมคือเจ้าตัวก็ยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นจอมทัพ และเป็นนักเตะที่สำคัญที่สุดในทีมชุดนี้ได้สำเร็จ

ศิวกรณ์ ถอยตำแหน่งจากเพลย์เมคเกอร์ ลงมาเป็นตัวคุมจังหวะของทีม ซึ่งเจ้าตัวก็เล่นได้อย่างเนียนตา แม้จะเพิ่งมีแอสซิสต์ไป 1 ลูกจาก 14 เกม แต่หากได้ดูวิธีการเล่นของเขา ก็จะเห็นได้ถึงความยืดหยุ่น การเข้าใจจังหวะเกม และการออกบอลง่าย ๆ ที่มีประสิทธิภาพ เรียกได้ว่าบอลจากเท้า ศิวกรณ์ คือการกำหนดทิศทางการเล่นของ เชียงราย ยูไนเต็ด ในเลกแรกอย่างแท้จริง

Photo : LINE TODAY

จักรพันธ์ แก้วพรม

ได้รับคำชมเป็นอย่างมากสำหรับ จักรพันธ์ แก้วพรม ที่ย้ายจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาเป็นศูนย์กลางเกมรุกของ ราชบุรี มิตรผล แม้อายุอานามจะไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว แต่วิธีการเล่นของ จักรพันธ์ ถือว่าเหลือกินเหลือใช้ และเป็นหัวใจของราชันมังกรในเวลานี้

ในตำแหน่งกองกลางตัวรุกเราได้เห็นบอลสวย ๆ จากเท้าของ จักรพันธ์ หลายครั้ง ผลลัพธ์ที่ออกมาคือเขายิงไปแล้ว 1 ประตูทำไปอีก 6 แอสซิสต์ จาก 14 เกมไทยลีก เหนือสิ่งอื่นใดที่ต้องยอมรับคือวิธีการเล่นของเขานั้นดูสวยงาม ทำให้ทีมลื่นไหล และมีประสิทธิภาพแบบที่ไม่เคยเห็นจาก ราชบุรี มาหลายปีเเล้ว

Photo : supersubthailand.com

ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา

เห็นหน้าเห็นชื่อกันมานานตอนนี้ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา เพิ่งอายุ 20 ปี เท่านั้น และดูเหมือนปีนี้จะเป็นปีที่เขาอันตรายที่สุด และดูมีพิษสงรอบด้าน ไม่ว่าจะเลี้ยง จ่าย วางเท้ายิง หรือแม้แต่การหาพื้นที่ไปเล่นจังหวะเเท็ปอินง่าย ๆ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ทำได้อย่างหมดจด

ตำแหน่งที่เขาได้รับมอบหมายส่วนใหญ่ในซีซั่นนี้เป็นตำแหน่งตัวรุกฝั่งขวา แต่ในเนื้อเกมนั้น ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา มีวิธีการเล่นที่คาดเดายาก เดี๋ยวก็โผล่ไปทางซ้าย เดี๋ยวก็ขยับขึ้นมายืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ... แต่นั่นไม่สำคัญ เพราะผลลัพธ์ออกมานั้นยอดเยี่ยมจริง ๆ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ทำไปแล้ว 6 ประตูกับอีก 5 แอสซิสต์ จาก 15 เกมที่ลงสนาม เรียกได้ว่าจะจ่ายหรือยิงก็ได้ทั้งนั้นสำหรับวันเดอร์คิดทีมชาติไทยคนนี้

Photo : 90min

ศุภชัย ใจเด็ด

ไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้จริง ๆ สำหรับ ศุภชัย ใจเด็ด ที่ปีที่เเล้วขึ้นมามีลุ้นดาวซัลโวไทยลีก แต่ได้รับบาดเจ็บไปเสียก่อน ทว่าในปีนี้ต้องบอกว่า ศุภชัย ใจเด็ด กลับมาในมาดใหม่ที่โหดกว่าเดิม วิธีการเล่นของเขาเหมือนกับกองหน้าตัวเก๋าเล่นชัด ๆ ทั้งการถอยลงมาเชื่อมเกมกับแดนกลาง การพลิกบอลเข้าไปหาจังหวะยิง เเละเหนือสิ่งอื่นใดที่พัฒนาขึ้นชัด ๆ เลยคือความเด็ดขาดในการจบสกอร์ ได้โอกาสเมื่อไหร่ ใส่เปรี้ยงหายเป็นประจำ

ในซีซั่นนี้ ศุภชัย ใจเด็ด ยิงไปถึง 10 ประตูจาก 13 เกม นอกจากนี้ยังทำไปอีก 2 แอสซิสต์ เหนือสิ่งอื่นใดคือเป็นนักเตะที่เล่นได้หลากหลาย บางเกมโดนโยกไปเล่นเป็นตัวรุกฝั่งซ้ายบ้าง แต่ที่แน่ ๆ ประสิทธิภาพแทบไม่ตกลงไปเลย

Photo : ไทยรัฐออนไลน์

ธีรศิลป์ แดงดา

ธีรศิลป์ แดงดา เข้าสู่วัย 34 ปีแล้วในตอนนี้ อย่างไรก็ตามเขายังคงเป็นกองหน้าตัวความหวังสูงสุดของ บีจี ปทุม ในเวลานี้ และอาจจะรวมถึงในทีมชาติไทยด้ย

ในฤดูกาลนี้ ธีรศิลป์ แดงดา มีวิธีการเล่นที่หลากหลายมาก ใช้ประสบการณ์เล่นล้วน ๆ บางเกมเล่นหน้าเป้า บางเกมเล่นหน้าต่ำ แต่ฟอร์มของเขาถือว่าเเบกเกมรุกของทีมจริง ๆ การครองบอลยังเหนียวแน่น การจบสกอร์ยังไว้เนื้อเชื่อใจได้ นอกจากนี้ยังมีทีเด็ดเรื่องการแอสซิสต์ และการเปิดตำแหน่งให้แนวรุกคนอื่นเข้ามาหาจังหวะยิงประตูด้วย

ธีรศิลป์ แดงดา ซัดไป 5 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 14 เกม แม้แต่ อิกซาน ฟานดี้ กองหน้าตัวโหดจากสิงคโปร์ ก็ยังมีสถิติดีไม่เท่า ธีรศิลป์ เลยด้วยซ้ำไป

Photo : goal.com
แชร์บทความนี้
หัวหน้ากองบรรณาธิการ, คิดไซด์โค้ง-ThinkCurve
mask-bg
logo-black

SOCIAL MEDIA

สนใจโฆษณาติดต่อ