สืบจาก ไคเซโด้ : เอกวาดอร์ มีคนดำในประเทศ 7% เหตุใดแข้งทีมชาติเป็นคนดำเกือบทั้งทีม ?

สืบจาก ไคเซโด้ : เอกวาดอร์ มีคนดำในประเทศ 7% เหตุใดแข้งทีมชาติเป็นคนดำเกือบทั้งทีม ?
ชยันธร ใจมูล

มอยเซส ไคเซโด้ นักเตะตัวทีมชาติเอกวาดอร์กำลังจะกลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในเกาะอังกฤษ หลัง ลิเวอร์พูล และ เชลซี กำลังเชือดเฉือนกันคว้าตัวเขาด้วยราคาที่มากกว่า 110 ล้านปอนด์  

นอกจาก ไคเซโด้ แล้วในทีมชาติเอกวาดอร์ นั้นมีนักเตะเก่ง ๆ อีกมากมายและส่วนใหญ่นักเตะเอกวาดอร์ในทีมชาติ โดยเฉพาะในฟุตบอลโลก 2022 ที่ผ่านมา มักจะเป็นนักเตะผิวดำ

เชื่อหรือไม่ ?  “เอกวาดอร์ มีคนดำในประเทศ 7% เท่านั้น" ... แต่ทำไมนักเตะทีมชาติเป็นคนดำเกือบทั้งทีม ?

และนี่คือคำตอบที่ Think Curve - คิดไซด์โค้ง หามาเสิร์ฟให้คุณแล้ว

แท้จริงแล้วคนอเมริกาใต้เป็นอย่างไร ?

Photo : Azamara Cruise

เดิมทีทวีปอเมริกาใต้ถือเป็นทวีปที่มีความแตกต่างกันทางด้านกายภาพมากแห่งหนึ่งของโลก ประชากรในทวีปอเมริกาใต้ มีความหลากหลายในด้านเชื้อชาติและการดำเนินชีวิต  คือ  มีทั้งชาวอินเดียน   ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิม ชาวสเปนและโปรตุเกสซึ่งเป็นพวกผิวขาวที่เข้ามาในยุคล่าอาณานิคม พวกผิวดำชาวแอฟริกามากับกลุ่มค้าทาสเมื่อครั้งอดีต และกลุ่มผิวเหลืองชาวเอเชีย  ซึ่งเป็นผู้อพยพเข้ามาอยู่ใหม่ ...

หากอ้างอิงตามนี้คุณจะเข้าใจได้ว่าเดิมทีคนอเมริกาใต้ คือชาว อินเดียน ส่วนผู้ที่ตามมาภายหลังอย่าง ผิวขาว ผิวดำ และผิวเหลือง ก็จะลดหลั่นกันไปตามประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศ อย่างเช่นใน อาร์เจนติน่า มีคนผิวขาวมากเป็นพิเศษเพราะได้อิทธิพลจากสเปน และ อิตาลี  ส่วน บราซิล ก็มีคนผิวขาวจากอิทธิพลของชาวโปรตุกีสและเยอรมัน เป็นต้น

Photo : VOI

ส่วนประเทศเอกวาดอร์ ที่เรากำลังจะพูดถึงกันอยู่นั้นก็ไม่ต่างกัน เอกวาดอร์ นั้นก็อยู่ในบริบทเดียวกัน เอกวาดอร์ มีประชากรราว 18 ล้านคน 71% คือกลุ่มเมสติโซ ( Mestizo) หมายถึงพวกเลือดผสมระหว่างชาวผิวขาวและอินเดียน ปัจจุบันกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ขณะที่กลุ่มคนผิวดำที่มาจากแรงงานแอฟริกันที่เข้ามาทำงานในฟาร์มและปศุสัตว์เมื่อครั้งอดีตอยู่ที่เพียง 7 % ของประชากรทั้งหมดเท่านั้น

Photo : Manchester Evening News

เอาล่ะทีนี้เราจะไปยังคำถามข้อต่อไป ที่ว่าด้วยจำนวนที่เรากล่าวมา ทั้ง ๆ ที่มีประชากรแค่ 7% แต่ทำไมนักเตะเอกวาดอร์ จึงเป็นคนดำทั้งหมดกันล่ะ ?

บริบททางสังคม

คนดำในเอกวาดอร์ นั้นถูกมองว่าเป็นชนชั้นล่างและมักจะโดนกลุ่มคนผิวขาวหรือกลุ่มเมสติโซเหยียดเชื้อชาติอยู่บ้าง ในอดีต เอกวาดอร์ ไม่ค่อยเปิดพื้นที่ให้กับคนผิวดำเข้ามาโดดเด่นให้ฐานะนักกีฬาหรือฮีโร่ของชาติ ย้อนกลับไปในช่วงปี 1970  หนังสือพิมพ์ในเอกวาดอร์ ยังได้พาดหัวถึงนักเตะที่ชื่อว่า  อิตาโล เอสตูปิยาน ที่เป็นนักเตะผิวดำว่า  "el negro Italo Estupiñan" (เจ้าดำ อิตาโล เอสตูปิยาน)  นอกจากนี้ยังมีนักกีฬาอีกหลายชนิดที่เป็นคนดำและถูกกล่าวถึงในแง่นั้น

Photo : Flickr

สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงบริบทว่าในยุค 70s นักกีฬาคนดำคือของใหม่สำหรับคนเอกวาดอร์ นั่นแสดงให้เห็นว่าในช่วงยุค 40s, 50s และ 60s ก่อนหน้านี้พวกเขาก็พยายามจะใช้คนขาวหรือกลุ่มเมสซิโต เป็นผู้เล่นระดับชาติเป็นหลัก

ซึ่งผลที่ตามมาคือมื่อเราตามเช็คผลงานของทีมชาติ เอกวาดอร์ ในยุค 40s, 50s และ 60s พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จใด ๆ ไม่เคยผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก ไม่ได้เป็นชาติที่โดดเด่นเรื่องฟุตบอลในแถบอเมริกาใต้เลยด้วยซ้ำ

Photo : ESPN

จริง ๆ แล้วความเชื่อเหล่านี้ (เชื่อว่าตัวแทนของชาติควรเป็นคนขาว) ไม่ได้เปลี่ยนกันง่าย ๆ ยกตัวอย่างในฟุตบอลอังกฤษกว่าแข้งผิวดำจะได้โอกาสเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศ ก็ต้องรอจนถึงยุคของ ไซริลล์ รีจิส  ในช่วงปี 70s ทั้ง ๆ ที่ฟุตบอลอังกฤษเริ่มก่อตั้งลีกก่อนหน้านี้หลายสิบปี หรืออาจจะเป็นร้อยปีแล้วก็ตาม

ขนาดอังกฤษยังใช้เวลานานขนาดนั้น ทำไม เอกวาดอร์ จึงเปลี่ยนแนวคิดและเปิดโอกาสให้นักเตะผิวดำเข้ามามีบทบาทในนาม "ทีมชาติ" ได้รวดเร็วนัก ... เรื่องนี้มีตัวละครลับที่เข้ามาและทำให้กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเขาคนนี้อิมพอร์ทมาจากประเทศยูโกสลาเวีย

ฮีโร่จากยูโกสลาเวีย

ชื่อของ ดูซาน ดราสโควิช นั้นแทบไม่ปรากฎหรือคุ้นหูแฟนบอลทั่วไปนัก แต่โค้ชชาวยูโกสลาเวียคนนี้ สำคัญกับวงการฟุตบอลเอกวาดอร์เป็นอย่างมาก  

Photo : Bendito Futbol

ดราสโควิช เป็นอดีตนักเตะที่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเพราะเจ็บตั้งแต่อายุน้อยจนต้องเลิกเล่นและหันมาทำงานโค้ชในลีกบ้านเกิด จนกระทั่งได้โอกาสเข้ามาทำทีมชาติ เอกวาดอร์  ในปี 1988 โดยเขาเป็นโค้ชนอกทวีปอเมริกาใต้คนแรกในประวัติศาสตร์ทีมชาติเอกวาดอร์อีกด้วย

การเข้ามาของ ดราสโควิช นั้นปราศจากซึ่งอคติ เขาเชื่อมั่นในผลลัพธ์ ทัศนคติ ความมุ่งมั่น ของนักเตะเป็นอันดับแรก จะผิวขาว ผิวดำ ลูกครึ่ง หรืออินเดียน ... ได้ทั้งนั้นไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด

“ผมเริ่มทำงานกับนักเตะที่มีพรสวรรค์ เปลี่ยนวิธีการฝึกอบรมฝึกซ้อมของเอกวาดอร์โดยสิ้นเชิง ผมไม่ได้เน้นแค่การเตรียมร่างกายเท่านั้นแต่เน้นเรื่องจิตใจด้วย ผมให้ความสำคัญในการทำงานกับอารมณ์ ความฉลาด ลักษณะนิสัย และบุคลิกภาพของพวกเขา” ดราสโกควิช กล่าว
PHOTO : FIFA

จากแนวคิดการเลือกนักเตะของ ดราสโควิช ทำให้นักเตะผิวดำค่อนข้างเป็นต่อ พวกเขามีความแข็งแกร่งด้านร่างกายเป็นข้อได้เปรียบ พวกเขาเป็นชนชั้นล่างของสังคมที่โหยหาโอกาส ดังนั้นถ้าหากใครสักคนให้โอกาสพวกเขา นักเตะเหล่านี้จะแสดงทัศนคติที่ยอดเยี่ยม พยายามทำคว้าโอกาสนั้นให้ได้ เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่าโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ

นอกจากนี้ยังมีบทความทางวิชาการของแพทย์ชาวเอกวาดอร์ที่ชื่อว่า ดร. โรดริโก้ ฟิเอร์โร่ เบนิเตซ ที่พูดถึงความแข็งแรงและความได้เปรียบเชิงกายภาพของ Afro-Ecuadorian หรือ ชาวเอกวาดอร์ผิวดำ ด้วยต้นเหตุจากเรื่องของอาหารการกิน การใช้ชีวิต เพราะคนกลุ่มนี้มาจากเมืองที่ชื่อว่า โชต้า (El Chota) เป็นเมืองที่อยู่ในหุบเขา และที่เมืองนี้ได้ถูกขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สร้างนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในประเทศเอกวาดอร์อีกด้วย

Photo : Tripadvisor

กลับมาที่เรื่องของ ดูซาน ดราสโควิช อีกครั้ง นักเตะผิวดำเหมาะสมกับแนวทางการทำทีมของเขา เขาระบุว่านักเตะพวกนี้โดนกดให้ขาดความเชื่อมั่น สิ่งที่ต้องการคือการให้โอกาส การให้การดูแล และมอบคำแนะนำให้พวกเขามั่นใจในตัวเองมากขึ้น

มาเรีย เบเลน อาร์โรโย นักข่าวชื่อดังในเอกวาดอร์ ระบุเพิ่มเติมถึงการเข้ามาปฎิวัติวงการฟุตบอล เอกวาดอร์ ของ ดราสโควิช ว่า “ในประเทศเอกวาดอร์มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ ว่า ดูซาน เป็นนักปฏิวัติตัวจริง เขาสร้างทีมชาติที่เป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนจำนวนมาก ปลูกฝังความรักฟุตบอลและกลายเป็นนักเตะอาชีพ โดยเฉพาะเด็กที่มาจากพื้นที่ที่มีความยากจนสูง ไม่มีโอกาสทางการศึกษาหรือการทำงาน ทั้ง ๆ ก่อนหน้าที่เขาจะมาที่นี่ ไม่มีใครเชื่อในอาชีพนักฟุตบอลเลย”

ภายใต้การดำรงตำแหน่งของ ดราสโควิช ทีมชาติเอกวาดอร์เริ่มแสดงความเป็นมืออาชีพ ได้รับการยอมรับและความเคารพจากคู่แข่ง และสร้างผู้เล่นรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ ยืนยันได้จากในปี 1993 ที่ เอกวาดอร์ สามารถเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ทั้ง ๆ ที่ในประวัติศาสตร์แทบไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเลย และในทีม เอกวาดอร์ ชุดนั้นก็มีนักเตะผิวดำติดทีมชาติและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม อาทิ เอดัวร์โด้ อูร์ตาโด้ ที่คว้ารางวัลรองดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ได้สำเร็จ ... ซึ่งความยอดเยี่ยมในโคปา อเมริกา ครั้งนี้ก็ทำให้ผู้คนเริ่มยอมรับนักเตะผิวดำมากขึ้น และเปิดโอกาสให้นักเตะผิวดำรุ่นหลัง ๆ ก้าวมามีบทบาทในทีมชาติ เอกวาดอร์ ดังที่เราเห็นในทุกวันนี้

จากความสำเร็จในปี 1993 เอกวาดอร์ ก็เริ่มผลิตนักเตะที่เเข็งแกร่งขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามลำดับ นักเตะผิวดำอย่าง อิวาน อูร์ตาโด กลายมาเป็นนักเตะที่ติดทีมชาติเอกวาดอร์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ (168 นัด) ซึ่งเมื่อเช็คจากลิสต์ดังกล่าวจะพบว่านักเตะที่ติดทีมชาติเอกวาดอร์มากที่สุด 10 อันดับแรกนั้น เป็นนักเตะผิวดำถึง 9 คน ส่วนใหญ่เริ่มติดทีมชาติหลังยุค 90s เป็นต้นมาทั้งสิ้น

Photo : The Economic Times

ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเลือกนักเตะจากสีผิวอีกต่อไป คนเก่งกว่า พยายามมากกว่า และทัศนคติที่ดีกว่า กลายเป็นบรรทัดฐาน ในการเลือกนักเตะติดทีมชาติเอกวาดอร์หลังจากนั้น และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม เอกวาดอร์ แกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยขุนพลที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพเช่นนี้

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :

แจ้งเกิดหรือไม่ ยากแค่ไหน ? ถ้า ศุภณัฎฐ์ ถูกส่งไปลีกเบลเยี่ยมกับ ‘โอเอช ลูเวิน’

ถ้า FA ไม่แก้กฎใหม่ : ยากแค่ไหนที่ ศุภณัฏฐ์ จะได้เวิร์คเพอร์มิต ?

ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา : ไปเจออะไรมาที่ เลสเตอร์ ทำไมถึงเก่งเบอร์นั้น ?


แหล่งอ้างอิง

https://hemisphericinstitute.org/en/emisferica-5-2-race-and-its-others/5-2-essays/race-futbol-and-the-ecuadorian-nation-the-ideological-biology-of-non-citizenship.html?fbclid=IwAR200T-sjlhfEpsS-daWQzATnMetyNAJxiOg8DYtbKM-EEElmfPYLBxNIzk

https://www.quora.com/Why-does-the-Ecuador-football-team-has-only-black-players?fbclid=IwAR1fqAel2MpjhzoNt2UKnRP4gp0WsCKlLbs21ewaDlXHUbxrne-GtLa20OI

http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AroundTheWorld/geo/112.htm

https://balkaninsight.com/2022/10/27/dusan-draskovic-the-montenegrin-behind-ecuadors-football-revolution/

https://en.wikipedia.org/wiki/Ecuador_national_football_team

https://en.wikipedia.org/wiki/1993_Copa_Am%C3%A9rica

แชร์บทความนี้
หัวหน้ากองบรรณาธิการ, คิดไซด์โค้ง-ThinkCurve
mask-bg
logo-black

SOCIAL MEDIA

สนใจโฆษณาติดต่อ