เตรียมเห็นนรก : เหตุผลที่ เมสซี่, เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ พร้อมแบก PSG ทั้ง 3 คน

เตรียมเห็นนรก : เหตุผลที่ เมสซี่, เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ พร้อมแบก PSG ทั้ง 3 คน
ชยันธร ใจมูล

เอ็มบัปเป้ ยิง 8 ประตู ทำไปอีก 2 แอสซิสต์, ลิโอเนล เมสซี่ ทำไป 7 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์, เนย์มาร์ ยิงไป 2 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ จากลงเล่นไปแค่ 3 เกมแต่คือคนที่สร้างความแตกต่างได้มากที่สุดในทีมชาติบราซิล ในฟุตบอลโลก 2022

อีกไม่กี่อึดใจทั้ง 3 คนจะกลับมารวมตัวกันที่ต้นสังกัดอย่าง เปแอสเช … และไม่ต้องกลัวว่าพวกเขาจะไม่ได้เอาฟอร์มเก่งกลับมาด้วยเพราะหากจะพูดให้ถูกทริโอกลุ่มนี้เอาฟอร์มกับ เปแอสเช ไปใช้ในฟุตบอลโลกมากกว่า

จาก 3 สตาร์ที่เล่นแล้วดูไม่เข้าขาเก้ ๆ กัง ๆ เมสซี่ เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ กลายมาเป็น 3 ประสานแบบนรกแตกได้อย่างไร ?  

คิวต่อไป เมสซี่ ? : 6 นักเตะที่คว้าบัลลงดอร์หลังโชว์ฟอร์มพระเจ้าในฟุตบอลโลก | Think Curve - คิดไซด์โค้ง
Think Curve - คิดไซด์โค้ง ฟุตบอลโลกคือทัวร์นาเม้นต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกฟุตบอลและนักเตะหลายคนใช้เวทีนี้ต่อยอดไปจนสามารถคว้ารางวัลนักเตะที่ดีที่สุดในโลกอย่าง บัลลงดอร์ ได้

ระบบที่เปลี่ยนไป

หลายคนที่ไม่ได้ติดตามฟุตบอล ลีก เอิง อาจจะไม่รู้และติดภาพเก่า ๆ ว่า ลิโอเนล เมสซี, คิลิยัน เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ นั้นเป็น 3 ประสานที่มีแต่ชื่อทว่าเมื่อลงเล่นร่วมกันเเล้วกลับแย่งกันเก่ง แย่งกันเด่น จนผลงานของ เปแอสเช ไม่ค่อยดีนัก ซึ่งภาพนั้นติดตามาจากผลงานในฤดูกาล 2021-22 ที่ กุนซือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เป็นคนหาวิธีใช้งานพวกเขา

ทว่าจริง ๆ แล้วฤดูกาลทุกอย่างได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะผลงานโดยรวมของทีม หรือแม้กระทั่งผลงานส่วนตัวของทั้ง 3 คน ที่สมบูรณ์แบบทั้งยิงทั้งจ่าย

เมสซี่ ยิง 12 จ่าย 16, เนย์มา ยิง 15 จ่าย 12 คิลิยัน เอ็มบัปเป ยิง 19 จ่าย 5 นั่นเท่ากับว่าพวกเขาทำให้ทีมได้ประตูมากถึง 79 ลูก จากการลงเล่นไม่ถึง 20 เกมเท่านั้น

นี่คือผลงานของสามประสาน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่ทำให้พวกเขากำลังบินสูงในฤดูกาลนี้ ทั้งการรั้งจ่าฝูงลีกเอิงโดยทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 5 แต้ม และไปจนถึงผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแชมเปียนส์ลีกแบบสบายหายห่วง

Photo : FIFA

ตัวแปรที่ทำให้พวกเขาดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา คือการเข้ามาของ คริสตอฟ กัลติเยร์ กุนซือคนใหม่ ผู้เคยมาทีมม้ามืดอย่าง ลีลล์ ปาดเข้าวินคว้าเเชมป์ลีกเอิงเหนือ เปแอสเช มาเเล้ว โดย กัลติเยร์ เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างโดยรวมของทีม โดยเฉพาะเรื่องระบบการเล่น  

ก่อนหน้านี้ในยุคของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เขามักจะใช้ระบบ 4-3-3 เป็นหลัก แต่ภายใต้การคุมทัพของอดีตหัวเรือใหญ่ของลีลล์ ปารีส ได้ปรับมาใช้ระบบหลัง 3 ในระบบ 3-4-3

แม้ว่า 3 ประสานในแนวรุกยังคงเดิมเหมือนฤดูกาลก่อน คือ เมสซี, เนย์มาร์ และ เอ็มบัปเป แต่การใช้ระบบวิงแบ็ค ที่มีหน้าที่รับผิดชอบแนวกว้าง ช่วยให้พื้นที่ระหว่างกองหน้า 3 คนมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น และสามารถทำงานร่วมกับกองกลางได้อย่างต่อเนื่อง

หรือแม้กระทั่งตอนที่ กัลติเยร์ ปรับไปเล่น 3-4-2-1 ที่ให้กองหน้าฝรั่งเศสยืนเป็นหน้าเป้า และมี เมสซี และเนย์มาร์ คอยสนับสนุน ทีมยังสามารถรักษาความสมดุลได้เหมือนเดิม

นอกจากนี้ การเคลื่อนที่ไปเป็นกลุ่มพร้อมกับบอล ก็เป็นอีกรายละเอียดที่ทำให้ 3 กองหน้าของพวกเขาประสานงานได้อย่างไหลลื่น

เนื่องจากวิธีการเล่นดังกล่าวที่ไม่ว่าบอลจะอยู่ตรงจุดไหนของสนาม ผู้เล่นในทีม 2-3  คน ต้องอยู่ใกล้ ๆ เพื่อคอยสนับสนุน ที่ช่วยให้พวกเขามีตัวเลือกในการเชื่อมเกมมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น การเล่นลักษณะนี้ยังสามารถดึงดูดกลุ่มนักเตะของคู่แข่งจำนวนมากเข้ามาจนทำให้เกิดพื้นที่ว่างในด้านตรงข้าม ก่อนที่พวกเขาจะโจมตีเข้าไปตรงที่จุดนั้น จนสามารถทำประตูได้เป็นว่าเล่น

เสริมความสามารถเฉพาะตัว

นอกเหนือจากรูปแบบการเล่นแล้ว กัลติเยร์ ยังเข้ามาช่วยเพิ่มขีดจำกัดความสามารถของผู้เล่น เปเอสเช ที่โดดเด่นอยู่แล้ว ให้โดดเด่นขึ้นไปอีก ด้วยความร่วมมือกันในกลุ่มผู้เล่น

“เราต้องปรับระบบการเล่นของเราอัตโนมัติให้เขากับทีมที่มีมีอยู่ในมือ เพื่อดึงศักยภาพผู้เล่นที่จะสร้างทีมขึ้นมา” กัลติเยร์ กล่าวในวันรับตำแหน่ง

“ไม่งั้นเราจะเล่นไม่ได้ และผมจะไม่ทำให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เล่นรูปแบบเดียว เหมือนที่ผมเคยทำในอดีต ทั้งกับ นีซ ลีลล์ และแซงต์ เอเตียน”

Photo : L'Équipe

อย่างที่เห็นกันมากในช่วงหลัง ที่ทีมเล็กจะเน้นการรับลึกในการรับมือกับทีมใหญ่ ซึ่งสร้างความปวดหัวให้กับแนวรุกอย่างมาก และสิ่งที่จะช่วยทำลายแทคติกนี้ก็คือ ความสามารถส่วนบุคคล

แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเหมือนเสียบปลั๊กและเครื่องจะติดทันที… เพราะแม้ว่า เปเอสเช เต็มไปด้วยผู้เล่นมากพรสวรรค์ แต่พวกเขาก็ล้มหลวในฤดูกาลก่อน ที่อาจจะคว้าแชมป์ลีกเอิง แต่ก็จอดป้ายแชมเปียนส์ลีกตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เช่นกันกับถ้วย Coupe de France

ดังนั้นการจะดึงศักยภาพของนักเตะออกมาให้ได้มากที่สุด จึงต้องพิจารณาจากความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน ก่อนจะสร้างระบบขึ้นมาจากพวกเขา และ กัลติเยร์ ก็ทำแบบนั้น

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การเล่นของ เมสซี เนย์มาร์ และเอ็มบับเป ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ที่ไม่ใช่แค่ในเชิงตัวเลขเท่านั้น แต่รวมไปถึงการทำงานร่วมกัน

ทั้ง 3 สามารถประสานงานจนทำประตูให้ทีมรวมกันมากถึง 22 ประตูจาก 54 ประตูในทุกรายการของซีซั่นนี้ แยกเป็น เมสซี แอสซิสต์ให้เนย์มา 5 ประตู ส่วน เอ็มบัปเป 6 ประตู, เนย์มาร์ แอสซิสต์ให้ เอ็มบัปเป 4 ประตู ส่วน เมสซี 3 ประตู และ ปิดท้ายที่ เอ็มบัปเป ที่แอสซิสต์ให้ เมสซี 3 ประตู และเนย์มาร์ 1 ประตู เป็นต้น

ยิ่งไปกว่านั้น เคมีที่เป็นธรรมชาติระหว่าง เมสซี และเนย์มาร์ จากที่เคยเล่นร่วมกันในสีเสื้อของบาร์เซโลนา ยังทำให้การประสานงานของพวกเขามีความลื่นไหลมากขึ้น บวกกับความสามารถที่เหลือล้นของ เอ็มบัปเป ที่เซนส์ทันกัน จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะช่วยกันยิงประตูถล่มทลาย

Photo : FIFA

“MNM น่ะเหรอ? พวกเขาทำสิ่งนี้ได้ดีมาตั้งแต่เปิดฤดูกาล พวกเขามหัศจรรย์มาก” มาร์โก เวอร์รัตติ กองกลางของเปเอสเช กล่าวหลังเกมถล่ม มัคคาบี ไฮฟา 7-2 ในยูซีแอล นัดที่ 5

“เราเห็นได้จากสถิติ ทั้งสามยิงประตูได้มากเลย พวกเขาเยี่ยมมาก เราต้องทำแบบนี้ต่อไปและหาจุดสมดุลที่ดี เพราะว่า 3 คนในแดนหน้าของเราสามารถสร้างความอันตรายได้ทุกเวลา”

อย่างไรก็ดี ยังมีอีกปัจจัยที่ส่งเสริมเรื่องนี้ นั่นก็คือการกลับสู่จุดที่ควรจะเป็นของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่สุดท้ายเขาก็พิสูจน์ให้เห็นเเล้วว่าไม่ใช่แค่เล่นกับ บาร์เซโลน่า เท่านั้น เพราะนักเตะระดับพระเจ้าอย่างเขาอยู่ที่ไหนก็ยังคงเป็นนักเตะที่สุดยอดได้อยู่ดี

การกลับมาของ “ลีโอเนล เมสซี”

ฤดูกาลนี้ถือเป็นฤดูกาลที่ 2 ของ เมสซี ที่ออกจากบาร์เซโลนา อย่างสุดช็อค และเข้ามาร่วมทัพทีมแห่งปารีสเมื่อฤดูกาลก่อน ก่อนจะฝากผลงานด้วยการทำไป 11 ประตูกับ 15 แอสซิสต์ จาก 34 เกม

แม้ว่ามันจะเป็นตัวเลขที่ไม่เลวสำหรับผู้เล่นส่วนใหญ่ แต่เมื่อเทียบเป็นนาที ที่เขาจะมีส่วนร่วมกับประตูในทุก 110 นาที กลับเป็นสถิติที่น้อยที่สุด นับตั้งแต่ฤดูกาล 2006-2007 ในตอนที่เขาอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปในฤดูกาลนี้ เมื่อนักเตะที่ L’Équipe สื่อของฝรั่งเศสเคยให้คะแนน 4/10 เมื่อซีซั่นก่อน สามารถยิงประตูได้อย่างสม่ำเสมอ จนสถิติแซงหน้าผลงานฤดูกาลที่แล้วไปเป็นที่เรียบร้อย

Photo : PSG Talk

ยิ่งไปกว่านั้น ฟอร์มเดิมของเขาก็เริ่มกลับมา หลังความเร็วและการสร้างโอกาสของเขาลดน้อยถอยลงไปอย่างชัดเจนในปีที่แล้ว รวมไปถึงความจริงจังและความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะก็ปรากฎให้เห็นอีกครั้งในฤดูกาลนี้

เพราะแม้ว่าเขาจะอายุ 35 ปีไปแล้ว แต่เมสซี ก็ยังสามารถฉีกกองหลังได้เป็นชิ้น ๆ ไม่ต้องพูดถึงการจ่ายบอลที่เป็นจุดเด่นของเขาอยู่แล้ว ที่ทำให้ เนย์มาร์ และเอ็มบัปเป เล่นได้ง่ายขึ้น

บวกกับอารมณ์ร่วมในเกมที่กลับคืนมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาจะยังเป็นคนพูดน้อยและดูขี้อายเมื่ออยู่นอกสนาม แต่ท่าทีที่บูดบึ้ง และการแสดงออกที่ไร้อารมณ์ในซีซั่นก่อน ก็ถูกแทนที่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ที่เห็นได้ชัดในการฉลองประตูในเกมพลิกแซงชนะ ทรัวส์ 4-3 ก่อนที่จะลีกทางเพื่อฟุตบอลโลก

แต่ที่สำคัญที่สุดนอกจากวิธีการเล่นที่ติดไฟอีกครั้งก็คือการเป็นอาสาเป็นตัวกลาง เคลียร์ความขัดแย้งระหว่าง เนย์มาร์ และเอ็มบัปเป ที่มีข่าวว่าทั้งคู่ระหองระแหงและไม่ชอบหน้ากันมาโดยตลอด ก่อนจะมาแตกหักเมื่อต้นฤดูกาล หลังทั้งคู่แย่งกันยิงจุดโทษ ในเกมชนะ มงเปลิเยร์ 5-2

จากรายงานของ Mirror ระบุว่า หลังจาก เมสซี เข้ามาช่วยเคลียร์กับทั้งสองคนที่ถือว่าเป็นรุ่นน้อง โดยเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายน 2022 ทั้งคู่ก็บรรลุข้อตกลงว่า จะทำงานอย่างเต็มที่อย่างมืออาชีพในสนาม แต่จะไม่พูดคุยกันอีกในที่สาธารณะ หรือออกความเห็นวิจารณ์อีกฝ่าย

Photo : The US Sun

และมันก็เห็นผลอย่างชัดเจน นับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งสามคนก็มีส่วนช่วยให้ปารีส มีสถิติการยิงประตูที่ถล่มทลาย หลังพังตาข่ายคู่แข่งไปมากถึง 21 ประตูจาก 9 นัดในทุกรายการ หรือเฉลี่ย 2.3 ประตูต่อนัด

พวกเขาทั้งหมดเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมกับสโมสร ก่อนจะแบกความมั่นใจไปใช้ในฟุตบอลโลก 2022 และก็อย่างที่พวกเราเห็นกัน เนย์มาร์ คือนักเตะที่สร้างความแตกต่างได้ในทุกวินาที, เมสซี่ คือผู้บันดาลผลการแข่งขันได้อีกครั้งก่อนจะกลายเป็นแชมป์โลก ขณะที่ เอ็มบัปเป้ นั้นครบเครื่องทั้งสปีด ความเข้าใจเกม และความมั่นใจในการจบสกอร์จนได้เป็นดาวซัลโวในฟุตบอลโลกด้วยการยิงไปถึง 8 ประตู

ทั้งหมดกลับมาสู่ทีม เปแอสเช และเปลี่ยนโหมดจากศัตรูเป็นเพื่อนร่วมทีมกันเเล้วในตอนนี้ หากพวกเขาเอาฟอร์มและแพสชั่นแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในฟุตบอลโลกกลับมาด้วยรับรองได้เลยว่าทีมในลีก เอิง หรือยอดทีมในยุโรป จะต้องปวดหัวแน่นอนในการรับมือกับทั้ง 3 คนนี้พร้อม ๆ กันในเกมเดียว

แหล่งอ้างอิง

https://psgtalk.com/.../marco-verratti-uses-perfect-word.../

https://totalfootballanalysis.com/.../christophe-galtier...

https://psgtalk.com/.../galtier-drops-a-key-hint-on.../

https://www.theguardian.com/.../lionel-messi-peaking...

https://www.mirror.co.uk/.../lionel-messi-kylian-mbappe...

https://www.marca.com/.../30/6337014522601d9c0a8b45a4.html

https://keepup.com.au/.../psg-can-do-great-things-with...

https://www.youtube.com/watch?v=KMn8QgoTJpo

แชร์บทความนี้
หัวหน้ากองบรรณาธิการ, คิดไซด์โค้ง-ThinkCurve
mask-bg
logo-black

SOCIAL MEDIA

สนใจโฆษณาติดต่อ