ลบอาถรรพ์ยังไม่ได้! เมื่อ ‘บีจี’ เวอร์ชั่นหลังสาม บุกพ่าย ‘เมืองทอง’ อย่างน่าเหลือเชื่อ

ลบอาถรรพ์ยังไม่ได้! เมื่อ ‘บีจี’ เวอร์ชั่นหลังสาม บุกพ่าย ‘เมืองทอง’ อย่างน่าเหลือเชื่อ
ณัฐพล อ่วมเรืองศรี

แม้ว่า มาโกโตะ เทกุระโมริ เพิ่งจะคัมแบ็ครอบสองกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด แล้วพาทีมเก็บชัยชนะในศึก ไทย ลีก ได้เป็นเกมแรกเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่สามารถผ่านบททดสอบสุดสัปดาห์ที่เป็นเกมใหญ่กับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปได้หลังบุกพ่ายไปด้วยสกอร์ 0-2 

ผลงานก่อนหน้านี้ของทัพ กิเลนผยอง ถือว่าไม่น่าประทับใจเท่าไหร่นัก หลังเปิดเลกสองด้วยการพ่ายแพ้สองนัดติดต่อกันให้กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด และ การท่าเรือ เอฟซี ซึ่งถือว่าเป็น งานหนัก งานยาก ทั้งคู่ จนทำให้แฟนบอลบางส่วนอาจจะแอบถอดใจ เพราะคู่แข่งนัดต่อไป คือทีมลุ้นแชมป์อย่างทัพ ‘กระต่ายแก้ว’

PHOTO : Muang United FC

อย่างไรก็ตาม ฟุตบอล ก็คือ ฟุตบอล อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่มีใครสามารถคาดเดาผลสกอร์ก่อนเกมได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น? เหมือนในเกมล่าสุดที่ทาง มิลอส โจซิค โชว์ความเก๋าเรื่องเกมรับ และ การวางแท็คติกที่แยบยล

มุมมองจากการชมเกมของทีมงาน Think Curve เห็นอะไรจากเกมนี้บ้าง? ความน่าสนใจที่เป็นไฮไลท์ของเกมคืออะไร? ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกันได้ในบทความนี้

เปลี่ยนเชพเกมรับ

ไลน์อัพผู้เล่นของทั้งสองทีมเมื่อประกาศ 11 ตัวจริงออกมา ไม่ว่าแฟนบอลทีมไหนได้เห็นก็ต้องมีอาการออกลูกตื่นตะลึงกันบ้างไม่มากก็น่้อย ฝั่งทีมเยือนอย่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด นั้นอาจไม่น่าแปลกใจ เพราะขนสตาร์มาเต็มสูบ ไม่ว่าจะเป็น ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่กลับมาเยือนทีมเก่าครั้งแรกในรอบ 7 ปี หรือการส่ง กฤษดา กาแมน แนวรับสาระพัดประโยชน์ค่าตัวแพง ที่เพิ่งย้ายมาจาก ชลบุรี เอฟซี ด้วยค่าตัวแพงหูฉีก

แต่เมื่อ เทกุ จัดเต็มมาแบบนั้นใครเลยจะเชื่อว่า โจซิค กลับมา ‘เหนือเมฆ’ ด้วยการส่ง อี แจ-ซุง กองหลังโควต้าเอเชียลงประเดิมสนามในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ค แถมยิ่งไปกว่านั้นยังส่ง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ อดีตประตูระดับตำนานของทีม ลงสนามบนเวทีในเกม ไทย ลีก อย่างเป็นทางการนัดแรกในรอบกว่า 2 ปีอีกด้วย

รูปเกมที่ออกมาในแมตช์นี้ อาจตัดสินได้ยากว่าใครทำได้เหนือกว่า เพราะทาง บีจี ผู้มาเยือนมีศักยภาพผู้เล่นที่เหนือกว่าตามหน้าเสื่อ แล้วด้วยแท็คติกหลักของ เทกุ ที่เน้นเรื่องของการครองบอล ล่อให้แนวรับคู่แข่งออกจากโซนพื้นที่เกมรับ ดูเผินๆ แฟนบอลอาจเห็นว่าทัพ กระต่ายแก้ว แอบขี้เจ้าบ้านอยู่หน่อยๆ

อย่างไรก็ตามขุนพล กิเลนผยอง ของ โจซิค วันนี้ ต้องชื่นชมในเรื่องของความอดทน ที่ยืนคุมพื้นที่แนวรับในโซนอันตราย สอดซ้อนประสาน ช่วยเหลือกันได้เป็นอย่างดี ใครหลุด ใครพลาด มีตัวรองคอยซ้อนหลังให้เสมอ จนภาพที่ออกมา ถ้าจะบอกว่าเกมนี้ คือ การเล่นเกมรับที่ดีที่สุดของ เมืองทอง ตั้งแต่เปิดเลกสองมาก็ไม่ผิดนัก

ทั้งที่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นนตำแหน่งสำคัญอย่าง เซนเตอร์แบ็ค และ ผู้รักษาประตู แต่การประสานงานที่ออกมาวันนี้ ชัดเจนว่า โจซิค โชว์คลาสการเล่นเกมรับที่เขาถนัดให้เห็นว่า สามารถจัดการกับแนวรุกมูลค่าแตะสิบ แตะร้อยล้าน ของ บีจี จนไปไม่เป็นด้วยผลงานในสนาม

เกมรับอย่างเดียวคงไม่อาจทำให้ เมืองทอง ไปสู่ความสำเร็จในเกมนี้อย่างการคว้า 3 แต้มได้ แตจุดเปลี่ยนสำคัญคือ…

การกลับมาของ ‘ฟร้องก์’

หลังๆ มานี้ ‘ฟร้องก์’ ประเมศย์ อาจวิไล อาจถูกแฟนบอลบางกลุ่ม โจมตีเรื่องของผลงานในสนามและฟอร์มการเล่นที่ไม่คงเส้นคงวา พึ่งพาไม่ค่อยได้ในเวลาที่ทีมต้องการ ‘ตัวแบก’ หรือความหวังในการจบสกอร์ เนื่องจากพอศูนย์หน้ารายี้ถูกโยกตำแหน่งไปเล่น ริมเส้นบ้าง, หน้าต่ำบ้าง หรือ หน้าเป้าบ้าง ภาระหน้าที่ของเขาดูเหมือนมากกว่าที่เคยรับผิดชอบมา จนไม่รู้ว่าต้องโฟกัสที่จุดไหนดี?

หากเกมไหน ฟร้องก์ ไม่มีส่วนร่วมกับเกมรุก แต่โผล่มาแล้วทำประตูสำคัญๆ ให้กับทีมเก็บชัยชนะหรือคว้าสามแต้มได้ เกมนั้นเขาก็จะรอดตัวจากคำครหาไปในบัดดล แต่เกมไหนที่เขาหายไป ไม่ได้บอล บอลไม่ถึง คนจะไม่มองในมุมมว่า ทำไมบอลไม่ถึงเขา? แต่กลับมองว่า เขาทำอะไรไม่ได้เลย! ไม่มีประโยชน์ เอาคนอื่นลงมาดีกว่า ทั้งที่ตัวแบกเกมรุกจริงๆ ของ เมืองทอง บทบาทจะอยู่ที่ วิลเลี่ยน พ็อพพ์ ผู้กำหนดชะตาของทุกเกม

PHOTO : Muangthong United FC

แท็คติกของ โจซิค ในการเจอกับ บีจี คือ การซื้อวินัยเรื่องของเกมรับ ก่อนจะวัดดวงกับจังหวะสวนกลับเร็ว ที่มีตัวความหวังเในแนวรุกเพียงไม่กี่คนอย่าง พ็อพพ์, ปรเมศย์ หรือแม้แต่ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ที่มีคำสั่งเดียวคือ มีโอกาสแล้วต้องทำให้ได้

PHOTO : Muangthong United FC

ปรเมศย์ เกมนี้อาจไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมรุกของ เมืองทอง จนขนาดที่จะมีใครชมเขาว่าเป็นตัวแบก แต่ทุกครั้งที่เขาโผล่เข้ามาเข้าซีนหน้าจอ คือการ ยิง 1 ประตู กับแอสซิสต์อีก 1 ครั้ง เรียกได้ว่า ‘มาเมื่อไหร่เป้นได้เรื่อง’ ประโยชน์ของเขาแทบจะรับหน้าที่ตัวแบกแทน พ็อพพ์ ที่ดูยังไงสภาพร่างกายก็ไม่น่าสมบูรณ์เต็มร้อยในเกมนี้

พอมาได้ประตูปลดล็อคออกนำไปก่อนเหนือ บีจี ที่มองมุมไหนระบบหลังสามของ เทกุ ก็ยังจูนกันไม่ลงตัว จนมีช่องว่างให้คู่แข่งเล่นเกมโต้กลับได้สบายๆ พื้นที่ทั้งทางริมเส้น และ ตรงกลาง ที่เซนเตอร์แบ็คสามคนยังสับสนกับการยืนตำแหน่ง ล้วนเป็นจุดที่ทำให้คู่แข่งเลือกโจมตีได้แบบอิสระ

ก่อนหน้านี้ตอน เทกุ รับงานคุมทีมในประเทศญี่ปุ่น เทกุ เคยใช้ระบบกองหลัง 3 คน ทั้งหมดในการคุมทีมกว่า 100 นัด แค่ 9 เกมเท่านั้น แล้วผลลัพธ์มันก็ออกมาชัดเจนว่า ไม่ใช่แผนที่เขาถนัด เนื่องจากเก็บชัยชนะไปได้แค่ 3 เกม เสมอ 1 และแพ้ไปถึง 5 

PHOTO : BG Pathum United

ภาพในเกมนี้ยิ่งชัดเจนถึงความ ‘รวน’ ในการปรับระบบของ เทกุ มากขึ้น จากการต้องยึดแผนหลัง 3 ในช่วงเวลาที่ทีมต้องการประตูตีเสมอ แล้วเขาเสี่ยงด้วยการโอเวอร์โหลดตัวผู้เล่นมากขึ้นจากเดิม เติมแนวรุกลงไปจนเต็มสูบ จากที่จะได้คืนพอเปิดช่องว่างมากขึ้นเลยกลายเป็นโดนเพิ่มแทน

สุดท้ายแล้ว บีจี ก็ยังไม่สามารถลบ อาถรรพ์ ของตัวเองในการมาเยือน เมืองทอง ได้สำเร็จ เพราะยังไม่เคยบุกมาเอาชนะได้สักเกมเดียว ซึ่งโอกาสแก้ตัวอีกทีคงต้องมาลุ้นกันในฤดูกาลหน้า แต่ว่าคนที่คุมทีมอยู่ ณ ตอนนั้นจะยังเป็น ‘เทกุ’ อยู่หรือไม่? คงไม่มีใครคาดเดาได้ หากผลงานยังคงทรงๆ ทรุดๆ อยู่แบบนี้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : การชมเกมถ่ายทอดสด

แชร์บทความนี้
mask-bg
logo-black

SOCIAL MEDIA

สนใจโฆษณาติดต่อ