มองบอลไทยผ่าน 'คางาวะ': ฟุตบอลโลกของ ไทย จะใช้เวลารอไม่ถึง 10 ปี ?

มองบอลไทยผ่าน 'คางาวะ': ฟุตบอลโลกของ ไทย จะใช้เวลารอไม่ถึง 10 ปี ?
ชยันธร ใจมูล

มุมมองของนักเตะที่เคยก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับโลกนั้นน่าสนใจเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาพูดถึง "ฟุตบอลไทย" และครั้งนี้เป็นคราวของ ชินจิ คางาวะ นักเตะญี่ปุ่นผู้คว้าเเชมป์ลีก บุนเดสลีกา และ พรีเมียร์ลีก นอกจากนี้ยังเคยมีชื่อเข้าชิงรางวัลลังลงดอร์อีกด้วย

ในขณะที่เราคนไทย ในฐานะชาติที่ไม่เคยไปฟุตบอลโลกมองแมบมองไม่ออกว่าเมื่อไหร่โอกาสนั้นจะมาถึงเรา ? คางาวะ ผู้ไปฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 สมัย มองฟุตบอลไทยแบบไหน ? ... เรามีโอกาสได้คุยกับเขา และถามคำถามมากมายที่คุณอยากจะรู้เกี่ยวกับฟุตบอลไทย

กิจกรรมพบ “คางาวะ - Yanmar”

หลังจาก Yanmar มีการจัดกิจกรรม ‘Shinji Kagawa Football Clinic’ ขึ้นที่ Yamaoka Hanasaka Football Academy โดยมีการเชิญ ชินจิ คางาวะ เพลย์เมคเกอร์จากสโมสร เซเรโซ โอซาก้า มาเป็นแรงบันดาลใจ ด้วยการสอนเทคนิคการเล่นฟุตบอลให้เด็กๆ ในวันที่ 9 ธันวาคม

กระแสตอบรับจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งผู้ปกครอง และเหล่านักเตะเยาวชนจากหลายท้องถิ่น ล้วนประทับใจกับกิจกรรมที่อันเป็นประโยชน์ในครั้งนี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าการที่เด็กๆ ได้มีโอกาสเล่นฟุตบอลกับนักเตะชั้นนำอย่าง คางาวะ จะสร้างแรงบันดาลใจต่อยอดความฝันในการเป็นนักเตะอาชีพได้

เราได้เห็นหลายสิ่งเกิดขึ้นในกิจกรรมนี้ คางาวะ ทำในสิ่งที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อไม่ว่าจะตอนอยู่ยุโรปที่เขาบอกว่า "เมื่อลงสู่สนามซ้อมจงทำให้เต็มที่ ทำให้คุณภาพของตัวเองเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด จัดการกับความรู้สึก และพร้อมสำหรับทุกสิ่งที่เจอ"

กล่าวคือแม้จะเป็นการเล่นฟุตบอลกับเด็ก ๆ ในบรรยากาศสบาย ๆ คางาวะ ก็แทบไม่เคยปล่อยให้เท้าของเขาว่างจากฟุตบอลเลย เวลาที่เขายืนดูนักเตะเขาจะเอาบอลมาเดาะ หรือฝึก "พื้นฐาน" อยู่ตลอดไม่ว่าจะเป็นการแปบอล 5 หลา 10 หลา ที่แม่นยำทุกลูก เข้าเป้าตลอด

ไม่มีคำอธิบาย

เรียกได้ว่าเมื่อเห็นพื้นฐานของนักเตะระดับโลกเราจึงเข้าใจว่าทำไมเวลาลงสนามจริงพวกเขาจึงทำอะไรได้ราวกับเป็นเรื่องง่าย ๆ นอกจากนี้ยังมีเรื่องความยิ้มแย้มเป็นกันเอง คางาวะ เป็นคนไนซ์สุด ๆ

ไม่มีการถือตัวเลยแม้แต่น้อย เขาจะสอนเด็ก ๆ สอดแทรกด้วยรอยยิ้ม มีการหยอกด้วยการใช้ทักษะที่ทำให้ผู้คนโดยรอบต้องว้าวเสมอ เช่นการยกบอลขึ้นมาแล้วจักรยานอากาศ หรือแม้แต่การฮาล์ฟวอลเล่ย์ด้วยเท้าซ้ายที่แม่นยำเหมือนจับวาง

ไม่มีคำอธิบาย

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ คางาวะ ทำในสิ่งที่เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อญี่ปุ่น ในวันนี้ที่เขากลับมาค้าแข้งในเจลีกกับ เซเรโซ โอซาก้า อีกครั้งในวัย 34 ปี คำพูดของเขาคือ "ผมอยากเป็นคนจุดประกายให้ผู้คนรอบข้าง มอบสิ่งที่ผมได้เจอให้กับทุกคนในทีมที่อยากเรียนรู้"

รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแบบทีเรียกว่า "พื้นฐานของฟุตบอล" ถูกแนะนำให้กับเด็ก ๆ ในกิจกรรมของ Yanmar คางาวะ ไม่ได้สอนอะไรที่ยากและซับซ้อนเลย เขาแค่ต้องการให้ทุกคนรู้ว่า "พื้นฐานนั้นสำคัญที่สุด" ไม่ว่าคุณจะหวังและตั้งความหวังไว้มากขนาดไหน พื้นฐานที่แน่นและสมบูรรณ์แบบจะพาคุณไปได้ไกลที่สุด แบบที่ตัวของเขาเคยผ่านมา

ไม่มีคำอธิบาย

หลังจากกิจกรรมคลินิกฟุตบอลจบลง สิ่งที่หลายคนรอก็มาถึง นั่นคือการให้ความเห็นและแสดงทรรศนะของ คางาวะ ซึ่งหลายเรื่องเขาตอบได้น่าสนใจอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องของ "ฟุตบอลไทย" ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับวลียอดฮิตของคนไทยอย่าง "บอลไทยจะไปบอลโลก"

ปัจจุบันดีแค่ไหน ... อนาคตต้องดีกว่า

ระหว่างที่กล่าวปิดกิจกรรม คางาวะ ได้กล่าวถึงมุมมองของเขากับฟุตบอลไทยเอาไว้ว่า

“ผมเคยมีประสบการณ์ร่วมกับฟุตบอลไทย ในสมัยที่ยังเล่นทีมชาติเมื่อนานมาแล้ว 5-10 ปีที่ผ่านมา ทุกวันนี้ในมุมมองของผม ฟุตบอลไทย พัฒนาไปมากจากเมื่อก่อนที่ผมเคยสัมผัส”

“นักเตะไทยอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ธีราทร บุญมาทัน มีความสามารถอย่างมาก จนมีโอกาสได้ออกไปเล่นในลีกต่างประเทศ แล้วจากการที่ผมสัมผัสกับเด็กๆ ในวันนี้ เชื่อว่าจะมีคนที่ก้าวไปถึงระดับนั้นได้อีกอย่างแน่นอน”

ไม่มีคำอธิบาย

นี่อาจจะเป็นคำกล่าวสั้น ๆ ถึงฟุตบอลไทย แต่สิ่งที่ คางาวะ พูดนั้นได้สอดแทรกปรัชญาของสโมสร เซเรโซ โอซาก้า และ บริษัทแม่อย่าง Yanmar ด้วย ปรัชญาดังกล่าวชื่อว่าปรัชญา HANASAKA

โดยคำว่า Hanasaka นั้นหมายถึง "ความปรารถนาที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนรอบตัว" และที่ เซเรโอ โอซาก้า ปรัชญา Hanasaka ถูกเอามาใช้กับเหล่านักฟุตบอล เพราะพวกเขาอยากผลักดันให้เด็ก ๆ ในท้องถิ่นมีชีวิตที่ดีขึ้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ เมื่อนักเตะมีชื่อเสียง พวกเขาก็จะมีรายได้มากขึ้น และเมื่อมีรายได้มากขึ้น พ่อ-แม่ ครอบครัวของพวกเขาก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สิ่งเหล่านี้หมายถึงการพัฒนาแบบองค์รวม และมองภาพใหญ่โดยไม่ได้มองแค่ฟุตบอลอย่างเดียวเท่านั้น แต่ฟุตบอลจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันเยาวชนและผู้คนรอบตัวของเขา ซึ่งเมื่อคนรอบตัวมีชีวิตที่ดีขึ้น ท้องถิ่นก็จะดีขึ้น และส่งต่อไปถึงสังคมที่ใหญ่ขึ้นตามลำดับ ... สุดท้ายเมื่อคนพัฒนาทั้งความคิด จิตใจ ทัศนคติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ฟุตบอลก็จะพัฒนาตามไปด้วย

แน่นอนว่าปรัชญา Hanasaka สามารถเอาพลิกแพลงใช้กับฟุตบอลไทย หรือประเทศไทยได้เป็นอย่างดี เราเฝ้าถามกันมาตลอดว่า "เมื่อไหร่เราจะได้ไปบอลโลก" ซึ่งเป็นปลายทางของเรื่อง แต่เรากลับลืมพื้นฐานอย่างความแข็งแกร่งจากรากหญ้าและท้องถิ่น

เมื่อใดก็ตามที่เราปรารถนาจะยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนในประเทศให้ดีขึ้น เราจะมีเด็กที่มีความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ กำลังทรัพย์ พร้อมที่จะต่อยอดไปเป็นนักเตะอาชีพ และกลายเป็นระดับโลก เหมือนกับที่ เซเรโซ โอซาก้า ปั้น ชินจิ คางาวะ ให้เป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลเอเชียจนถึงทุกวันนี้ ... และนี่คือสิ่งที่เราเห็นจากกิจกรรม ‘Shinji Kagawa Football Clinic’ ที่จัดขึ้นโดย Yanmar ครั้งนี้

ปิดท้ายก่อนบอกลาตำนานกลับบ้าน ชินจิ คางาะวะ ที่เป็น Yanmar ambassador ได้ฝากถึงทุกคนว่า เขาอยากจะกลับมาที่เมืองไทยอีกครั้งในโอกาสต่อไป

ครั้งนี้ต้องขอบคุณการ Yanmar ที่มุ่งมั่นจะสร้างสรรค์ผลงานระดับโลกเพื่อสร้างสังคมที่เต็มไปด้วยประสบการณ์และคุ้มค่าตามที่ได้กล่าวไว้ในวิสัยทัศน์ของบริษัท และการเลือก คางาวะ มาเป็น Yanmar ambassador ก็เป็นการเลือกที่เหมาะสมตรงกับปรัชญาทั้งหมดที่เรากล่าวมาอย่างสมบูรณ์แบบ

ถ้าคุณอยากรู้เรื่องราวความสัมพันธ์เกี่ยวกับ ชินจิ คางาวะ และ Yanmar เรามีเรื่องราวทั้งหมดให้อ่านต่อที่นี่ https://hi.switchy.io/K0Gq

แชร์บทความนี้
หัวหน้ากองบรรณาธิการ, คิดไซด์โค้ง-ThinkCurve
mask-bg
logo-black

SOCIAL MEDIA

สนใจโฆษณาติดต่อ