มากกว่าเรื่องทหาร : เมื่อกัปตันเกาหลีใต้น้ำตาแตกเพราะความกดดันจากคนในชาติ

มากกว่าเรื่องทหาร : เมื่อกัปตันเกาหลีใต้น้ำตาแตกเพราะความกดดันจากคนในชาติ
ณัฐพล อ่วมเรืองศรี

อาจเป็นเหมือนเรื่องตลกร้ายที่แฟนบอลทั่วไป มองเรื่องที่ ‘ทีมชาติเกาหลีใต้’ ชุดแชมป์เอเชียนเกมส์ ที่เมืองหางโจวประเทศจีน แสดงความดีใจออกมากันอย่างเต็มสูบ เพราะเข้าใจไปเพียงแค่ว่า พวกเขาเหล่านั้นรอดพ้นจากการต้องเข้าไปเป็นทหารรับใช้กองทัพของประเทศ

อย่างไรก็ตามน้อยคนนักที่จะรู้ว่า สังคมในประเทศเกาหลี ทุกคนต้องแข่งขันกันอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือการใช้ชีวิตที่ต้องเต็มที่อยู่เสมอ เพื่อที่จะให้รอดพ้นจากการถูกผู้อื่นดูถูกดูแคลน ทุกคนล้วนมีเป้าหมายส่วนตัวแล้วต้องการจะไปถึงให้ได้

หนึ่งในผู้เล่นของทีมแดนโสมที่น้ำตาแตก หลังสิ้นเสียงนกหวีดหลังจบเกมรอบชิงชนะเลิศ คือ ‘เพค ซึง-โฮ  มิดฟิลด์กัปตันทีมวัย 26 ปี จากสโมสร ชอนบุก ฮุนได มอเตอร์ส เหมือนปลดเปลื้องความรู้สึกภายในจิตใจออกมาจนหมดสิ้นเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ จากการที่เขาเป็นหนึ่งในสามนักเตะโควต้าอายุเกิน แถมยังต้องแบกรับความกดดันในการเป็นผู้นำของทีม

การร้องไห้ของเขาแบบไม่อายใครไม่ได้มีสาเหตุมาจากแค่เรื่องพ้นการเป็น ‘ทหาร’ เพียงอย่างเดียว แต่มีเบื้องลึกเบื้องหลังที่น่าหดหู่ซ่อนอยู่ ประเด็นนั้นคืออะไร? ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกับ Think Curve - คิดไซด์โค้ง

ความคาดหวังที่สูงลิบ

ย้อนกลับไปในศึกฟุตบอลโลกปี 2018 ที่จัดขึ้นที่ประเทศรัสเซีย ทีมชาติเกาหลีใต้ ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม เอฟ ซึ่งรวมทีมแข็ง ๆ เอาไว้หลายชาติ ไม่ว่าจะเป็น เยอรมัน, เม็กซิโก และ สวีเดน ซึ่งผลปรากฎว่า พวกเขาพ่ายไปสองนัด และชนะเพียง 1 นัด ในเกมล้มทีมเต็งอย่าง ‘อินทรีเหล็ก’ 2-0

อย่างไรก็ตามนั่นไม่เพียงพอที่จะทำให้ เกาหลีใต้ ผ่านเข้าไปสู่รอบน็อคเอาท์ หลังจบเพียงแค่อันดับที่สามในกลุ่ม พร้อมกับถูกแฟนบอลวิพากษ์วิจารณ์แบบสาดเสียเทเสีย เนื่องจากต้องการเห็นภาพขุนพลทีมชาติผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์เพียงอย่างเดียว จึงไม่สามารถให้อภัยกับความล้มเหลวที่เกิดขึ้นได้

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนักเตะเกาหลีใต้กลับมาถึงสนามบินอินชอนในบ้านเกิด กลับถูกกลุ่มแฟนบอลที่ผิดหวังกับผลงาน ต้อนรับอย่างหักหาญจิตใจอย่างที่สุด ด้วยการรุม ‘ปาไข่, หมอน และ ข้าวของ’ แทบไม่มีใครเห็นความดีความชอบที่พวกเขาสามารถเอาชนะทีมระดับแชมป์โลกมาได้

ถึงขนาดที่ซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งในใจของแฟนบอลอย่าง ซน ฮึง-มิน ยังต้องออกมาให้สัมภาษณ์กับประเด็นนี้ว่า

“ผมรู้สึกผิดหวังที่ไม่สามารถทำตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ได้ ส่วนชัยชนะที่ได้จากเยอรมันนั้น ไม่ได้ทำให้เราเหลิงกับความสำเร็จ และเราก็จะทำงานหนักกันต่อไป”

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ซน ไม่ใช่เพียงแค่ครั้งแรก เพราะถ้าย้อนกลับไปในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล ตัวเขาและเพื่อนร่วมทีมก็เคยโดนรุมปาลูกอมใส่เป็นการต้อนรับกลับบ้านมาแล้ว ซึ่งในฐานะนักเตะดาวรุ่งยังไม่มีชื่อเสียงมากนัก ความคิดเศร้า ๆ ของเขามีเพียงว่า ‘หรือควรจะหยิบลูกอมเหล่านั้นมาทานดี’

หลังจากนั้น ซน เลือกที่จะนำเอาความผิดหวังและชอกช้ำใจ ที่กลายเป็นสนามอารมณ์ของแฟนบอลในประเทศ มาพัฒนาตัวเองเมื่อย้ายมาอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แล้วฟอร์มของเขาก็ติดลมบนมาจนถึงทุกวันนี้

ทำดีไม่ได้ดี

“แม้ว่าผมจะรู้สึกเจ็บปวดกับเสียงตำหนิจากแฟนบอลจากการเล่นที่ผิดพลาด แต่ท้ายที่สุดผมก็จบทัวร์นาเมนต์ด้วยการคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ ซึ่งผมคิดว่ามันอาจเป็นจุดเปลี่ยนจากสาเหตุนั้น”

นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของ เพค ซึง-โฮ กัปตันทีมชุดแชมป์ เอเชียน เกมส์ หลังจากระบายความอัดอั้นทั้งหมดออกมาหลังจบเกม ด้วยการตะโกนกู่ร้องสะใจแบบสุดเสียง พร้อมทั้งการหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมาแบบไม่อายใคร

ต่อให้ผลงานของ ทีมชาติเกาหลีใต้ จะเก็บชัยชนะได้หลายต่อหลายเกม ก่อนจะมาถึงนัดชิงชนะเลิศ แต่ตัวของกัปตันทีมรายนี้กับถูกแฟนบอลวิจารณ์แต่ประเด็นที่เขาเล่นพลาด โดยเฉพาะในเกมกับ อุซเบกิสถาน ที่เขาไปทำฟาล์วแล้วทีมลงเอยด้วยการเสียประตู

ตัวของเขาพยายามอย่างดีที่สุดในการเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ แต่การที่เขาทุ่มเทอย่างหนักแล้วผลลัพธ์กลับออกมาตรงกันข้าม ไม่ต่างกับการทำดีนับร้อยครั้งแต่ถูกจดจำเพียงความผิดพลาดแค่ครั้งเดียว ซึ่งเขาก็มีคำถามที่อยากย้อนถามไปถึงแฟนบอลในชาติ ตามที่กล่าวไว้ว่า

“ผมทุ่มเทอย่างหนักในสนามแต่จังหวะนั้นมันจบลงด้วยการที่ผมไปทำฟาล์ว หลังจากนั้นผมไม่สามารถหลบลูกยิงได้พ้น บอลมาแฉลบตัวผมแล้วเข้าประตูไป แล้วจะให้ผมทำอย่างไรดี?”

“หากผมทำให้เหล่าแฟนบอลรู้สึกพึงพอใจได้แล้ว ผมก็ได้แต่หวังเพียงว่าพวกเขาจะเชื่อมั่นในตัวผมและให้กำลังใจผมบ้าง”

PHOTO : KFA

ในฐานะกัปตันทีมเมื่อพาลูกทีมผ่านเข้าสู่รอบลึกขึ้น ความกดดันจากแฟนบอลก็ถาโถมมากขึ้นเป็นเท่าตัว แต่ละเกมเริ่มยากขึ้นเรื่อย ๆ แต่โชคยังดีที่เขามีเพื่อน ๆ และ โค้ชอย่าง ฮวาง ซุน-ฮง คอยอยู่ข้าง ๆ สู้ไปด้วยกัน ก้าวไปพร้อมกัน จนสุดท้ายก็สามารถไปถึงเป้าหมายที่ฝันเอาไว้ได้ในบั้นปลาย

การแสดงออกหลังจบเกมที่เขาไปกอดเพื่อนร่วมทีมทุกคนอย่างแนบแน่น การร้องไห้ออกมาแบบไม่แคร์สายตาใคร ไม่ใช่เพียงแค่น้ำตาแห่งความปิติที่เขาไม่ต้องไปรับใช้ชาติในการเป็นทหารของกองทัพ หลังจากคว้าเหรียญทองมาครองแล้วได้รับการ ‘ยกเว้น’ หน้าที่ดังกล่าว

ในทางกลับกันน้ำตาลูกผู้ชายรอบนั้น เป็นการปลดภาระอันหนักอึ้งออกจากบ่า เรียนรู้ว่าได้เติบโตและก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้อย่างไร ซึ่งเป้าหมายของเขาไม่ได้ตั้งใจจะหยุดเพียงแค่นี้ แล้วต้องการช่วยทีมชาติชุดใหญ่ของ เกาหลีใต้ ให้ประสบความสำเร็จบนเวทีที่ใหญ่ยิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต

เรื่องราวที่น่าสนใจเพิ่มเติม

เหตุใด โช ยอง-อุค จึงเป็นแข้งเกาหลีใต้คนเดียว ที่ทำวันทยาหัตถ์ตอนเคารพเพลงชาติ ?

ไม่ใช่ DNA : วู กึน ยอง เผยความลับทำไมแข้งเกาหลีใต้ "ตัวใหญ่,แข็งแรง" กว่าเอเชียทั่วไป ?

เหตุใดร้านไก่ทอดเกาหลีจึงดีใจ เมื่อได้ ญี่ปุ่น เป็นคู่ต่อกร ในนัดชิงเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ?

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ : แข้งเกาหลีเหนือ ไล่หวด ญี่ปุ่น เพราะแนวคิด คิม จอง-อึน จริงหรือไม่ ?

อ้างอิง

https://football-tribe.com/

https://www.yna.co.kr/view/AKR20231008019400007?section=sports%2Fall&fbclid=IwAR1Sv5gBmAVp8_qJnMCr_7Y9f1ekTClFP47_zmUqAW62TgB1XSzNLP5hmL8

แชร์บทความนี้
mask-bg
logo-black

SOCIAL MEDIA

สนใจโฆษณาติดต่อ