3 ทางของ “เจ” : มองรอบด้านถึงอนาคต ชนาธิป ในการค้าแข้งต่างเเดน

3 ทางของ “เจ” : มองรอบด้านถึงอนาคต ชนาธิป ในการค้าแข้งต่างเเดน
ณัฐพล อ่วมเรืองศรี

กระแสเรื่องอนาคตของ “เจ - ชนาธิป สรงกระสินธ์” เพลย์เมคเกอร์เบอร์หนึ่งของทีมชาติไทย กลายเป็นที่พูดถึงของแฟนบอล ตามกลุ่มโลกสังคมออนไลน์กันแบบหนาหู หลังเจ้าตัวต้องเปิดฤดูกาลนี้ ด้วยการไม่มีชื่อแม้แต่ตัวสำรองกับต้นสังกัด

นัดเปิดซีซั่นศึก เจ ลีก ของ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ จบลงด้วยการพ่ายคาบ้านให้กับแชมป์เก่า โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส แบบน่าเจ็บใจ 1-2 ทั้งที่ขุมกำลังส่วนใหญ่ ยังเป็นหน้าเดิมๆ ชุดคว้าแชมป์ปี 2021 รวมไปถึงตัวเทรนเนอร์อย่าง โทรุ โอนิกิ ที่เคยได้รับคำชมอย่างมากก็ยังอยู่ในตำแหน่ง

สิ่งที่น่าแปลกใจไม่น้อย คือ โอนิกิ เป็นคว้าตัว ชนาธิป มาร่วมทีมในปี 2022 แต่กลับใช้งานแบบจำกัดจำเขี่ยมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อน เล่นเอาแฟนบอลชาวไทยเริ่มเป็นห่วงกับเส้นทางการค้าแข้งของดาวเตะร่างจิ๋วในต่างแดนว่า อาจจบลงแบบไม่สวยงามตามที่หวังไว้

แล้วแน่นอนว่าสิ่งที่จะเป็นกระแสตามมาเสมอ คือ เรื่องของข่าวลือต่างๆ ในการย้ายทีม ซึ่งก็มีเพจระดับคนตามกว่าเก้าแสนคน ปั่นกระแสจนแฟนบอลที่ไม่เช็คข้อมูลให้ดี หันมาสนใจกันจนเป็นเรื่องใหญ่โต ทั้งที่ไม่มีมูล

ความเป็นจริงแล้วอนาคตของ เจ น่าเป็นห่วงตามที่แฟนบอลกังวลหรือไม่? ทางเลือกแบบไหนที่เป็นไปได้บ้าง? ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับเจ้าตัวมากที่สุด ร่วมหาคำตอบได้ใน Think Curve - คิดไซด์โค้ง

ตลาดยังเปิดอะไรก็เกิดขึ้นได้

เรื่องราวของการซื้อ-ขายนักเตะ จากลีกที่ได้รับความนิยมทุกโซนของโลก สามารถดึงความสนใจจากแฟนบอลได้อยู่เสมอ เลยไม่น่าแปลกใจว่า สื่อต่างๆ ที่ต้องการยอด มักจะหยิบประเด็นนี้มาทำการโหมกระแส แม้ว่ามูลความจริงมันจะมีน้อยหรือไม่มีเลยก็ตาม

ประเด็นข่าวลือของ ชนาธิป ที่มีโอกาสย้ายทีมนั้น ถูกปั่นกระแสมาจากข่าวเก่าช่วงเดือนกันยายน ซึ่งมีที่มาจากโลก ทวิตเตอร์ แพลตฟอร์มการสื่อสารออนไลน์ ที่จำเป็นต้องกรองข่าวกันให้ดีเอามากๆ เนื่องจากมีบัญชีปลอมเยอะ

สโมสรที่ถูกนำมาเชื่อมโยง คือ วิสเซล โกเบ ทีมเงินหนาในศึก เจ ลีก ที่มักจะคว้าตัวสตาร์นักเตะชื่อดังไปเสริมทัพอยู่เป็นประจำ ยกตัวอย่างเช่น อันเดรส อินิเอสต้า หรือ โบยาน เกอร์กิช สองดาวดังที่มีดีกรีเคยเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า มาก่อน

Photo : Goal

ปฏิทินช่วงเปิดตลาด ซื้อ-ขาย นักเตะของศึก เจ ลีก ประเทศญี่ปุ่น ปี 2023 ในช่วงหน้าหนาว จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม ไปจนถึง 31 มีนาคม ส่วนช่วงซัมเมอร์จะเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม จนถึง 8 กันยายน หมายความว่า การโยกย้ายของนักเตะภายในลีกแดนปลาดิบ ยังมีความเป็นไปได้อยู่

หากวิเคราะห์กันตามข้อมูลที่เป็นจริง ชนาธิป อายุเข้าสู่วัย 29 ปี นับเป็นช่วงอายุที่พีคที่สุดสำหรับนักฟุตบอล ที่ควรได้รับโอกาสให้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาช่วยทีม แต่สถานการณ์ของเขากลับไม่เป็นแบบนั้น

เจ ไม่มีชื่อแม้แต่ตัวสำรองในเกมที่เจอกับ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส แต่พอมาถึงเกมอุ่นเครื่องซ้อมทีมในวันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ เจ้าตัวกลับได้ลงสนามปะทะกับ ฮอนด้า เอฟซี ทีมระดับภูมิภาค ซึ่งดาวเตะทีมชาติไทย ก็ยิงได้หนึ่งประตู พาทีมเอาชนะไปขาดลอย 4-0

ถ้าย้อนกลับไปมองเรื่องการใช้งาน ชนาธิป ในมุมมองของ โอนิกิ มักจะปล่อยให้ลงเล่นในเกมที่ความกดดันไม่มาก เจอกับคู่แข่งที่อ่อนชั้นกว่า เห็นได้จากประตูแรกของ เจ ที่ทำให้กับ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ได้ในศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก นัดที่พบกับ กว่างโจว เอฟซี ที่ถล่มไปขาดลอย 8-0

Photo : Goal

มองเป็นนัยๆ แล้วเหมือนกับ โอนิกิ ยังไม่ได้มั่นใจกับศักยภาพฝีเท้าของ เจ แบบเต็มร้อย เลยเลือกใช้งานคนอื่นๆ ลงสนามก่อนหน้า อาทิ มาซินโญ่ ตัวริมเส้นชาวบราซิล และ อากิฮิโระ อิเอนากะ ปีกวัย 36 ปี

รวมไปถึงสองนักเตะใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาในซีซั่นนี้หมาดๆ อย่าง ชิน ยามาดะ กองหน้าวัย 22 ปี และ ยูสุเกะ เซกาวะ แนวรุกดาวรุ่งวัย 20 ปี ที่ย้ายมาจาก โชนัน เบลมาเร่ ล้วนเป็นตัวเลือกที่ถูกจัดลำดับไว้ก่อนหน้า ชนาธิป ทั้งหมด

แม้ว่าอากัปกิริยาของ เจ จะยังดูไม่เป็นกังวลมากนักกับสถานการณ์ตอนนี้ หลังออกมาให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

“พูดถึง เจ ลีก แน่นอนว่าขอขอบคุณโอกาสที่ดี ผมอยู่กับ ซัปโปโร มา 5 ปี อยู่กับ คาวาซากิ มา 1 ปี ต้องขอบคุณโอกาสจากทั้งผู้บริหารและโค้ชของทั้งสองทีม”

Photo : タグマ!
“เจ ลีก ทุกทีมเป็นทีมที่แข็งแกร่งหมด เราไม่สามารถรู้เลยว่า เราจะชนะหรือแพ้ได้ แต่ทุกเกมการแข่งขันเราต้องการชัยชนะ ขอบคุณที่ทำให้ผมได้พัฒนา”

“ผมจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ให้กับคนไทยครับ”

อย่างไรก็ตาม เจ ที่ย้ายทีมมาอยู่กับ ฟรอนตาเล่ ด้วยสนนราคาค่าตัวระดับ 120 ล้านบาท เป็นแข้งอาเซียนที่ค่าตัวแพงสุดใน เจ ลีก เคยมีดีกรีระดับติดทีมยอดเยี่ยม เจ ลีก มาก่อนหน้านี้ แต่กลับไม่ได้เป็นตัวหลักในสายตาของโค้ช

ทั้งที่น่าจะเป็นการซื้อเข้ามาเพื่อแทนที่ของ คาโอรุ มิโตมะ และ เรโอะ ฮาตาเตะ ที่ย้ายออกไปต่างแดน ราวกับว่าเขากลายเป็นการเสริมทัพ ที่ทดแทนการขาดหายไปของสองตัวหลักชุดแชมป์ปี 2021 ไม่ได้

Photo : Goal

ถ้าในความคิดเห็นส่วนตัวของเขา เชื่อว่า ทุกทีมใน เจ ลีก แข็งแกร่งเหมือนกันหมดจริง การมองทางเลือกเผื่อเหลือเผื่อขาดในการย้ายทีมออกไป อาจจะเป็นการยืมตัวชั่วคราว เพื่อหาโอกาสลงเล่นแบบต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ย่อมดีกว่าการซ้อมไปเรื่อยๆ รอเวลาที่โค้ชจะใช้งาน ซึ่งไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่กันแน่

ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นการทิ้งเวลาไปแบบเปล่าประโยชน์ ความคุ้นเคยกับบรรยากาศในการลงเล่นเกมอย่างเป็นทางการหายไป อายุก็มากขึ้นทุกวัน เหลือเวลาให้จารึกประวัติศาสตร์ในการค้าแข้งของตนเองน้อยลง แล้วชื่อเสียงต่างๆ ที่เคยสั่งสมมาก่อนหน้านี้ อาจถูกคลื่นลูกใหม่แซงหน้าไปแบบไม่รู้ตัว


ลุ้นสู้ต่อไปเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

อีกหนึ่งทางเลือกของ เจ ที่จะแสดงออกมาในมุมของความมีเลือดนักสู้อยู่ในตัว ย่อมเป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงในทีม คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ให้ได้กับเวลาที่เหลืออยู่ เพราะยังมีสัญญาผูกพันกับทีมจนถึงปี 2025

ถ้าพูดกันแบบไม่เข้าข้าง ชนาธิป จนเกินไป ไม่ว่านักเตะคนไหนบนโลกมีการโยกย้ายสังกัด ทุกคนย่อมต้องการเวลาปรับตัว เพื่อศึกษาแนวทางของทีมในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แทคติก ความเข้าขารู้ใจ และบรรยากาศในทีม

ยิ่งพอมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่เนืองๆ ในช่วงปลายปีก่อน ทั้งการบาดเจ็บขาหนีบและกล้ามเนื้อต่างๆ ต้องให้เวลา เจ ในการเรียกความฟิต จังหวะการเล่นของตัวเอง จนกว่าทุกอย่างจะสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งคนตัดสินใจสุดท้ายย่อมเป็นทาง โอนิกิ ที่มองเห็นทุกอย่างแบบแจ้มแจ้ง

Photo : サッカーダイジェストWeb

ช่วงเวลาที่ผ่านไปเพียงแค่ปีเดียว เป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเอามากๆ สำหรับนักเตะจากแถบอาเซียน ที่ต้องไปแข่งขันชิงตำแหน่งกับนักเตะสัญชาติญี่ปุ่น แล้วยังไม่นับรวมถึงตัวต่างชาติอีกหลายราย ที่แห่กันย้ายมาค้าแข้งในแดนอาทิตย์อุทัยแบบต่อเนื่อง

สไตล์การเล่นของ ฟรอนตาเล่ ภายใต้การทำทีมของ โอนิกิ ชัดเจนมาแต่ไหนแต่ไรว่า เน้นการต่อบอลแบบเท้าสู่เท้า เล่นชิ่งหนึ่งสอง นวดคู่แข่งไปเรื่อยๆ ด้วยการพยายามครองบอลให้มากกว่า จนกว่าจะเจอช่องเจาะเข้าทำ

จุดเด่นของ เจ ที่สามารถทำให้การเล่นของทีมแตกต่างออกไปได้ คือ จังหวะการลากตะลุยเลี้ยงกินตัว อาศัยความเร็ว ความคล่องตัว จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ กระชากผ่านคู่แข่งเพื่อเปิดทางให้กับเพื่อนร่วมทีม

ซึ่งถ้ามองจากบทสัมภาษณ์ของ โอนิกิ หลังจบเกมที่แพ้ มารินอส คาบ้าน จะเห็นได้ชัดเจนว่า การปรับจูนทีมต่างๆ ของเขาในฤดดูกาลนี้ ยังไม่ลงตัวเท่าไหร่นัก แล้วยังมีที่ว่างให้ ชนาธิป สามารถสอดแทรกได้อยู่

Photo : SPAIA

“เกมนี้ลูกทีมของผม พยายามสร้างเกมที่ดีตามแนวทางของผมที่อยากให้เล่นแบบนี้ ผมเสียใจกับความพ่ายแพ้ แล้วต้องขอโทษแฟนบอลจริงๆ”

“แน่นอนว่าผมพยายามทำหลายๆ อย่าง เพื่อให้ลูกทีมลงเล่นแล้วเหนือกว่าคู่แข่ง รวมไปถึงเรื่องของทัศนคติของทีม มันเป็นโลกแห่งการแข่งขัน ผมต้องรับผิดชอบกับผลงานของทีม”

“ดังนั้นผมจึงอยากกลับไปแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อพัฒนาทีม คุณภาพการเล่นเกมรุกของเรายังไม่ดีพอ เรามีเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ ผมต้องการปรับปรุงการเคลื่อนที่ของผู้เล่นในเกมรุก รวมไปถึงจังหวะการเล่น ให้รูปแบบทุกอย่างมันลงตัวกับเป้าหมายที่วางไว้”

เป็นไปได้ว่าผลงานของ ชนาธิป ที่ยิงประตูได้ในเกมอุ่นเครื่องกับ ฮอนด้า เอฟซี อาจจะทำให้ โอนิกิ ได้เห็นอะไรบางอย่างที่แตกต่างกับผู้เล่นที่เขาเลือกใช้งานในเกมแรก แล้วการลองให้โอกาสผู้เล่นที่เขาเลือกซื้อมาเองลงสนาม คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรที่จะให้ตัวหมากที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
30 ปีเจลีก: ย้อนรอยก้าวแรกลีกอาชีพญี่ปุ่นก่อนการเป็นเบอร์ 1 ของเอเชีย | Think Curve - คิดไซด์โค้ง
Think Curve - คิดไซด์โค้ง เหลืออีกเพียงแค่ไม่กี่วัน เจลีก ลีกที่มีแข้งชาวไทยอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ และสุภโชค สารชาติ ค้าแข้งอยู่ ก็เตรียมจะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ



ฝากผลงานให้เต็มที่แล้วกลับมาบ้านเกิด

ในเรื่องการวางแผนเส้นทางการค้าแข้งระยะยาวหลังจากนี้ ชนาธิป คงต้องมีการคิดและตัดสินใจบางอย่างเอาไว้บ้าง เนื่องจากอายุก็กำลังจะแตะหลักเลขสาม ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ช่วงท้ายของการค้าแข้งแล้ว

แน่นอนว่าถ้าฤดูกาลนี้ เจ ยังไม่ได้เล่นแบบต่อเนื่อง เท่ากับเขาไม่มีเวทีให้โชว์ผลงานเต็มที่ โอกาสที่สโมสรอื่นๆ ในต่างแดนหรือแม้แต่ทีมใน เจ ลีก น้อยทีมนักที่จะกล้าเสี่ยงดึงตัวเขาไปร่วมทีม เพราะค่าตัวก็ไม่ได้ถูกๆ แถมยังมีประวัติเจ็บยิบย่อยก่อนหน้านี้ ให้ต้องนำมาพิจารณาประกอบอีก

อย่างไรก็ตาม ไทย ลีก ประเทศบ้านเกิดของ ชนาธิป พร้อมอ้าแขนต้อนรับเขาทุกเมื่อแน่นอน การันตีเลยว่า ยักษ์ใหญ่ทุนหนา พร้อมยื่นข้อเสนอกันเข้าไปให้พิจารณาแบบไม่ขาดสาย ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องของรายได้ก็ไม่ต้องเป็นกังวล ขอแค่เจ้าตัวแย้มว่า อยากกลับมาเท่านั้น

แต่การจะกลับมาอย่างเต็มภาคภูมิ แล้วไม่ย้อนกลับไปเสียใจในภายหลัง ชนาธิป คงต้องพยายามอย่างเต็มที่ในการพิสูจน์ตัวเองเสียก่อน ซึ่งฤดูกาลนี้ยังเหลือให้ลุ้นกันอีกยาวๆ

Photo : Goal

ถ้าพลิกสถานการณ์ของตัวเองในทีม ได้โอกาสลงเล่นบ้าง มีแชมป์ติดไม้ติดมือสักรายการ คงไม่มีประเด็นคั่งค้างในใจอีกต่อไป เหมือนกับภารกิจเสร็จสิ้นลงแล้ว เพราะกว่าที่เจ้าตัวจะสู้เพื่อให้ได้ย้ายมาอยู่กับทีมนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะผ่านมาโดยง่าย แล้วเตรียมใจกับเรื่องที่ต้องเจอการแข่งขันที่สูงภายในทีมไว้แล้ว ตามที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

“พอทางเอเย่นต์แจ้งมาว่า ฟรอนตาเล่ สนใจจะดึงตัวผมไป ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไป คอนซาโดเล่ ก็เรียกค่าตัวเพิ่มต่ออีก”

“เสร็จแล้วผมก็คุยกับเลขาทีม มิกามิ ซึ่งเขาแจ้งมาว่าอยากให้ ชนา อยู่ต่อ ต้องการอะไรบอกมาให้ได้หมด เผลอๆ ผมจะได้เงินเดือนเยอะกว่าไป ฟรอนตาเล่ เสียอีก แต่ผมมองว่าผมพิสูจน์ตัวเองมาหมดแล้ว คอบแทนทีมทั้งในและนอกสนามหมดแล้ว มันเลยถึงเวลาที่ผมต้องการย้ายไปหาความท้าทายใหม่”

“ผมอยากไปหาความท้าทายอีกขั้น เราไปอยู่ คาวาซากิ เพราะเราอยากได้แชมป์ ถ้าอยู่ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เราไม่มีทางแชมป์แน่ มันยากมาก คือ มันเป็นความฝันส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวกับแฟนบอล แม้แต่พ่อ-แม่ยังไม่รู้เรื่องนี้”

Photo : Goal

“มันไม่มีความกลัวอยู่ในหัวเลย แต่สิ่งที่มองกลับมาเป็นมูลค่าของตัวผมในสายตาของว่า คาวาซากิ มากขนาดนี้เลยเหรอ ทั้งที่เขาสามารถไปเลือกซื้อบราซิลที่ถูกกว่าผม นักเตะที่เก่งกว่าผม อาจใช้งานได้ดีกว่าผมอีก แต่เขาเลือกมั่นในในตัวผม”

“ดีลนี้มันได้เรื่องของมูลค่าทางการตลาดด้วย ทั้งความสามารถในการเล่น แต่สิ่งที่ต้องแลกมา คือ การแข่งขันในทีมที่สูง ที่พวกเขาบอกเอาไว้ตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่พวกเขาอยากให้ผมไม่ต้องกดดันตัวเอง”

“ความเข้มข้นในการฝึกซ้อมก็แตกต่างกันในทีม ฟรอนตาเล่ ทุกคนใส่กันสุด ผมไม่เคยอยู่ในจุดโอเวอร์เทรนมาก่อนในสมัยอยู่กับ ซัปโปโร”

“ตอนนี้มันอาจยังไม่ใช่การได้ความอิสระในการเล่นจริงๆ ต้องมีความเกรงใจรุ่นพี่ในทีม แต่ในสมัยอยู่ ซํปโปโร ทุกคนต้องให้บอลผม มันเลยเป็นภาพที่ว่าผมอาจจะกดดันตัวเอง ผมกลายเป็นสู้เพื่อตัวผมเอง”

Photo : Goal
“ผมคาดหวังว่า ทีมนี้มันน่าจะเหมาะกับเราก่อนไป ไม่กลัวว่าจะสู้คนอื่นไม่ได้ ให้ประเมินตัวเองเต็มที่ผมให้ 6 เต็ม 10 แต่อย่าลืมว่าผมเป็นนักบอลที่ย้ายมาใหม่แล้วได้ลงเยอะสุด”

“เพียงแต่ว่าผมก็ผิดหวังในตัวเองที่ทำได้ดีไม่มากพอทั้งที่เรามีความสามารถ โค้ชยังเคยบอกเลยว่า ชนา มีครบทุกอย่างเป็นนักบอลตัวท็อปของทีม เสียอย่างเดียวเรื่องเกรงใจคนอื่นมากเกินไป”

“โค้ชเคยบอกอีกว่า ชนา ไม่ต้องไปเกรงใจเพื่อนขนาดนั้น ชนา เกรงใจเพราะเป็นคนไทย เคยถามโค้ชว่าที่แพ้ไม่ได้แชมป์เพราะผมรึเปล่า? เค้าตอบกลับมาว่าไม่เกี่ยวเลยแพ้ด้วยกัน ผมก็รู้สึกขอบคุณ”

จากข้อความข้างต้นคงตอบทุกคำถามได้แล้วว่า ชนาธิป ยังไม่ได้ยอมแพ้ แล้วต้องการเดินหน้าสู้ต่อในต่างแดน แต่ใช่ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ล่วงหน้าไว้ว่าจะเลิกเล่นเมื่อไหร่

Photo : サッカーダイジェストWeb
“ผมวางแผนไว้แค่ 35 แต่เคยมีโค้ชเคยเชียร์ให้ผมเล่นไปถึง 40 มองเป้าหมายไปแบบปีต่อปี ตอบได้ยากว่าผมจะไปถึงจุดนั้นได้มั้ย เพราะผมอาจเบื่อเรื่องที่เจ็บเยอะด้วย”

แฟนบอลชาวไทย คงทำได้แค่ให้กำลังใจกันต่อไป แล้วมองเป้าหมายแบบนัดต่อนัด เชียร์ให้ ชนาธิป ได้กลับมาลงสนามให้กับ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ เสียที ถ้าเกิดสถานการณ์ของเจ้าตัวในปีนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงไป

พอเข้าสู่วัย 30 ปี บางทีอาจมีดีลเซอร์ไพรส์กลับมาบ้านเกิดก็ได้ จะได้สมใจเกรียนคีย์บอร์ด ที่ชอบถากถางให้เขากลับมาเล่นใน ไทย ลีก ตามที่คอมเมนท์กันแบบสนุกปากอย่างไม่มีการคิดหน้าคิดหลัง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

นันคัตสึ เอสซี : ทีมนอกลีกที่คนวาด “สึบาสะ” วางปากกาเพื่อมาปลุกปั้นสู่เจลีก

El Chino : ทำไมสโมสรใน ลา ลีกา จึงมีเด็กเอเชียอยู่ในเยาวชนแทบทุกทีม ?

เงินเยอะกว่า ≠ แชมป์ลีก : วิสเซล โกเบ ทีมรวยสุดในญี่ปุ่นที่ล้มเหลวเรื่องความสำเร็จ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง :

https://www.facebook.com/groups/1750522521760030

https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_J1_League_football_transfers_2023

https://www.transfermarkt.com/kawasaki-frontale/startseite/verein/9598

https://www.transfermarkt.com/spielbericht/index/spielbericht/3990091

https://www.transfermarkt.com/kawasaki-frontale/transfers/verein/9598/plus/?saison_id=2022&pos=&detailpos=&w_s=

https://www.youtube.com/watch?v=ehdFbCa7V1I

https://www.transfermarkt.com/chanathip-songkrasin/verletzungen/spieler/239602

https://www.youtube.com/watch?v=f_81HlyOAW0

แชร์บทความนี้
mask-bg
logo-black

SOCIAL MEDIA

สนใจโฆษณาติดต่อ