เหตุใด ทีมซาอุฯ กับ ทีมอิหร่าน ต้องใช้สนามกลางแข่ง หากโคจรมาพบกันในถ้วยเอเชีย ?

เหตุใด ทีมซาอุฯ กับ ทีมอิหร่าน ต้องใช้สนามกลางแข่ง หากโคจรมาพบกันในถ้วยเอเชีย ?
วิสูตร ดำหริ

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในวงการลูกหนังเอเชีย เมื่อสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) ประกาศให้ทีมชาติและสโมสรตัวแทนจาก อิหร่าน และ ซาอุดิอาระเบีย สามารถกลับไปลงเล่นในบ้านได้ หากโคจรมาพบกันในถ้วยระดับทวีป

ก่อนหน้านี้ หากทีมฟุตบอลของ อิหร่าน กับ ซาอุดิอาระเบีย พบกัน พวกเขาต้องไปเล่นที่สนามกลางเท่านั้น ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย สืบเนื่องมาจากปัญหานอกสนามระหว่างทั้งสองชาติ

ทั้งสองชาติมีปัญหาอะไรกัน ? ร้ายแรงจนส่งต่อเกมฟุตบอลอย่างไร ? Think Curve - คิดไซด์โค้ง ได้รวบรวมข้อมูลมาไว้ที่นี่แล้ว

คู่ปรับตั้งแต่นานนม

ด้วยความที่อิหร่านนับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ ขณะที่ซาอุดิอาระเบียนับถือนิกายสุหนี่ ซึ่งมีแนวคิดแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พวกเขาจึงอยู่คนละฝั่งกันแทบทุกเรื่อง และมันเลยกลายเป็นตัวจุดชนวนปัญหาต่าง ๆ ตามมา เป็นเวลาหลายสิบปี พวกเขาจึงกลายมาเป็นศัตรูที่เกลียดกันเข้ากระดูกดำในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองชาติมีอยู่หลายเหตุการณ์ เด่น ๆ เลยก็สงครามซีเรียเมื่อปี 2011 อิหร่านหนุนหลังผู้นำของซีเรีย คอยจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์และส่งเงินสนับสนุน ส่วนซาอุฯเลือกที่จะสนับสนุนกลุ่มกบฏที่นับถือนิหายสุหนี่เหมือนกับพวกเขา

สงครามเยเมนเมื่อปี 2015 ซาอุฯให้การสนับสนุนรัฐบาลเยเมนในการปราบปรามกลุ่มกบฎนิกายชีอะห์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน หรือจะเป็นเหตุเหยียบกันตายในระหว่างประกอบพิธีฮัจญ์ที่นครเมกกะในปีเดียว ซึ่งมีชาวอิหร่านเสียชีวิตไปกว่า 400 คน

แต่เหตุการณ์ที่เป็นจุดแตกหักเลยคือการที่ทางการซาอุฯ ชีค นิมเมอร์ อัล-นิมเมอร์ นักบวชนิกายชีอะห์เมื่อปี 2016 เพราะเขาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการชุมนุมเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง จนเกิดกระแสต่อต้านรัฐบาลซาอุฯในหมู่คนหนุ่มสาว

การจากไปของ ชีค นิมเมอร์ อัล-นิมเมอร์ สร้างความเจ็บแค้นให้กับชาวอิหร่านเป็นอย่างมาก พวกเขาจึงบุกเข้าไปทำลายและเผาสถานทูตซาอุฯในกรุงเตหะราน จนรัฐบาลซาอุฯต้องประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับ อิหร่าน เพื่อเป็นการตอบโต้

ด้วยปัญหาการเมืองที่ร้อนแรงในเวลานั้น สหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องประกาศให้ทีมฟุตบอลของทั้งสองชาติแข่งสนาม ในกรณีที่โคจรมาพบกันในการแข่งขันระดับนานาชาติ

"ในระหว่างที่ AFC กำลังเขียนแถลงการณ์นี้ มันถือเป็นความโชคร้ายที่รัฐบาลซาอุฯยังไม่ยอมยกเลิกข้อจำกัดที่ห้ามเดินทางไปอิหร่าน ซึ่งมันไม่ได้เป็นประโยชน์กับทีมฟุตบอลในประเทศเลย ยิ่งกว่านั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายและดูน่ากังวล ซึ่งนี่คือเหตุผลที่คณะกรรมการของ AFC ตัดสินใจเช่นนี้" แถลงการณ์จาก AFC

จากศัตรูสู่มิตร

จากเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้น หลายฝ่ายจึงคิดว่าทั้งสองชาติคงกลับมาญาติดีกันยาก แต่แล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซาอุดิอาระเบีย กับ อิหร่าน ก็สร้างความประหลาดใจให้กับคนทั่วโลก ด้วยการประกาศรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต โดยมี จีน รับหน้าที่เป็นกาวใจให้

เมื่อความตึงเครียดหมดไป ซาอุฯ กับ อิหร่าน ก็กลับมาเปิดสถานทูตในดินแดนของอีกฝ่าย หันมาร่วมมือกันทางด้านความมั่นคงและภาคเศรษกิจ ล่าสุดซาอุฯเพิ่งส่งเจ้าหน้าที่การทูตไปเยือนอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เรียกว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้กำลังพัฒนาไปในทางที่ถูกต้อง

วงการฟุตบอลจึงพลอยได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ไปด้วย เพราะ AFC ไม่ต้องมาพะวงความบาดหมางระหว่าง ซาอุฯ กับ อิหร่าน อีกแล้ว พวกเขาจึงตัดสินใจให้ทีมชาติและสโมสรจากสองชาตินี้กลับไปเล่นในบ้านตัวเองได้ หากต้องพบกันในถ้วยระดับทวีป  โดยให้มีผลตั้งแต่นี้เป็นต้นไป

"แฟนบอลที่เปี่ยมไปด้วยแพสชั่นในซาอุดิอาระเบีย, อิหร่าน และทุกประเทศในเอเชีย ตั้งตารอชมการเริ่มต้นครั้งใหม่ที่น่าตื่นเต้นของทีมชาติและสโมสรจากซาอุดิอาระเบีนและอิหร่านที่จะลงต่อสู้ด้วยสปิริตของการแข่งขันและมิตรภาพอีกครั้ง" แถลงการณ์จาก AFC

PHOTO : Al-Nassr

นี่จึงถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลทั้งสองชาติ โดยเฉพาะแฟนบอลชาวอิหร่าน ที่จะได้ดูนักเตะระดับโลกลงเล่นต่อหน้าต่อตาตัวเองในเกม เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 18 กันยายนนี้

เนื่องด้วย 3 สโมสรตัวแทนจากอิหร่านอย่าง เปอร์เซโปลิส, เซปาฮาน และ นาสซาจี มาซานดาราน ถูกวางอยู่สายเดียวกับ 3 สโมสรเงินหน้าจากซาอุดิอาระเบียอย่าง อัล-นาสเซอร์, อัล-อิตติฮัด และ อัล-ฮิลาล ที่ทุ่มเงินคว้าสตาร์ดังมาเต็มทีม ในรอบแบ่งกลุ่มของรายการนี้

อัล-นาสเซอร์ ที่มี คริสเตียโน โรนัลโด้ เป็นตัวชูโรง คือทีมแรกที่จะมาเยือนอิหร่าน หลังมีโปรแกรมลงดวลกับ เปอร์เซโปลิส ที่ อาซาดี้ สเตเดี้ยม ในวันที่ 19 กันยายน จากนั้น  อัล-ฮิลาล ที่มี เนย์มาร์ และ อัล-อิตติฮัด ที่มี คาริม เบนเซม่า ก็จะมาเล่นที่นี่ในวันที่ 2 ตุลาคม ถือเป็นการรอคอยที่แสนคุ้มค่าของคนอิหร่านจริง ๆ  

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :

อยู่อย่างราชา ใช้วีซ่าทูต : เปิดชีวิตแข้งซูเปอร์สตาร์ ในลีกซาอุดิอาระเบีย

เป็นไปได้แค่ไหน ? เมื่อซาอุดิอาระเบียคิดการใหญ่ วางแผนส่งสโมสรไปเล่นถ้วย UCL

เนย์มาร์ มาอีก 1 : ใครคือ 10 นักเตะที่ได้ค่าเหนื่อยแพงที่สุดในลีกซาอุ ตอนนี้ ?

เปิดแผนครองโลกของลีกซาอุฯ : เทงบ 7.5 แสนล้านบาท สู่ความยิ่งใหญ่ใน 7 ปี

กล้าฝันยิ่งกว่าจีน : ไขเบื้องหลังการปฎิวัติโลกลูกหนังของลีกซาอุฯ

แหล่งอ้างอิง :

https://www.aljazeera.com/news/2023/3/10/iran-and-saudi-arabia-from-rivalry-to-mending-ties-a-timeline

https://www.aljazeera.com/sports/2023/9/4/historic-move-saudi-football-clubs-to-play-in-iran-as-travel-ban-lifted

https://www.the-afc.com/en/club/afc_champions_league/news/saudi_arabian_ff_and_ffiri_matches_to_be_played_home-and-away_1.html

https://www.the-afc.com/en/more/news/saudi_arabia_and_iran_clubs_to_play_at_neutral_venues_in_champions_league.html

แชร์บทความนี้
ฟุตบอล, อนิเมะ, กาแฟ
mask-bg
logo-black

SOCIAL MEDIA

สนใจโฆษณาติดต่อ