ทาคุ อิโตะ : จากคนไม่รู้อะไรเลยสู่แข้งต่างชาติที่เล่นครบทุกดิวิชั่นในบอลไทย

ทาคุ อิโตะ : จากคนไม่รู้อะไรเลยสู่แข้งต่างชาติที่เล่นครบทุกดิวิชั่นในบอลไทย
ณัฐพล อ่วมเรืองศรี

นครปฐม ยูไนเต็ด น้องใหม่ในศึก ไทยลีก ฤดูกาลหน้า ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาด้วยดีกรีแชมป์ ไทยลีก สอง มีความเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นภายในทีม ทั้งเรื่องของการเปลี่ยนโค้ชและผู้เล่นหน้าใหม่ที่ดึงตัวเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง

หนึ่งในผู้เล่นโควต้าต่างชาติ ที่น่าจับตามองมากที่สุดในทีม คือ ‘ทาคุ อิโตะ’ แนวรุกชาวญี่ปุ่นวัย 29 ปี ที่ถูกติดต่อดึงตัวมาร่วมทีม หลังจากหมดสัญญากับ แพร่ ยูไนเต็ด ซึ่งผลงานส่วนตัวของเขาในซีซั่นที่แล้ว ถือว่าร้อนแรงไม่น้อย ลงสนามทุกรายการไป 36 นัด กดไป 12 ประตู และทำอีก 5 แอสซิสต์

ไฮไลท์การเล่นของ ทาคุ อิโตะ ในฤดูกาลก่อนกับ แพร่ ยูไนเต็ด

แม้ว่าดีกรีของเขาจะเคยผ่านการไปเล่นฟุตบอลในประเทศเยอรมัน ฝึกฟุตบอลเริ่มต้นในแดนอาทิตย์อุทัย ที่เทียบระดับแล้วความเข้มข้นน่าจะสูงกว่า ไทยลีก หากมองแค่เรื่องของชื่อชั้นเป็นจุดตั้งต้น แต่เส้นทางของเขากลับต้องไต่เต้าเล่นอยู่ในลีกล่างๆ ตั้งแต่ไทยลีก 4 มาถึง ไทยลีก 2 แล้วกำลังจะเล่นลีกสูงสุดประเทศไทยซีซั่นหน้า

เรื่องราวการผจญภัยของเขาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร? ประสบการณ์ฟุตบอลทั้งสามประเทศที่เคยได้สัมผัสแตกต่างกันอย่างไรบ้าง? ติดตามได้ในบทสัมภาษณ์พิเศษจากทีมงาน Think Curve - คิดไซด์โค้ง

เริ่มต้นผจญภัยไปยุโรป

ทาคุ เป็นเด็กชายชาวญี่ปุ่นทั่วๆ ไป ที่มีใจรักในกีฬาฟุตบอล แล้วก็เริ่มต้นฝึกฝนอย่างจริงจังตั้งแต่เด็ก จนจบการศึกษาระดับมัธยม เส้นทางการเป็นนักเตะอาชีพของเขาก็ออกสตาร์ทแบบก้าวกระโดด หลังจากเอเย่นต์ส่วนตัวแนะนำให้ลองไปเล่นฟุตบอลในทวีปยุโรป ที่มีจุดมุ่งหมาย คือ ประเทศเยอรมัน

จากคำบอกเล่าของเจ้าตัว กีฬาฟุตบอล ไม่ใช่ทางเลือกเดียวของชาวญี่ปุ่น เพราะมีกีฬาชนิดอื่นๆ ที่แย่งความนิยม แล้วมีแฟนๆ หลงใหลไม่ต่างกัน อาทิ เบสบอล หรือ วอลเล่ย์บอล ความนิยมก็มีการแชร์กันไปตามวงการต่างๆ ไม่ได้คลั่งไคล้เกมลูกหนังถึงขนาดเป็นกีฬาประจำชาติ

นักฟุตบอลในแดนอาทิตย์อุทัย หลายต่อหลายคนมีศักยภาพที่ยอดเยี่ยม แต่การจะคัดเลือกเข้าสู่สโมสรที่มีชื่อเสียงระดับท็อปของประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นความฝันของบางคนจึงก้าวกระโดดไปที่การเล่นในต่างประเทศ หากมีทางเลือกเอื้ออำนวยให้ได้ลอง ซึ่งเขาก็เป็นหนึ่งคนที่เลือกคว้าโอกาสนั้นทันที

PHOTO : Alemannia AAchen

สโมสรปลายทางที่ ทาคุ ไปลงเอยด้วย คือ เอสเอฟ ดูเรน สโมสรในระดับดิวิชั่น 6 แต่แล้วเพียงแค่ครึ่งปี เขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับ อเลมานเนีย อาเค่น ทีมในระดับดิวิชั่น 4 ใช้เวลาอยู่กับสโมสรนี้นานสองปี ซึ่งเจ้าตัวก็ได้บอกเล่าประสบการณ์ในแดนไส้กรอกไว้ว่า

“เป็นเรื่องที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ความฝันในการเล่นฟุตบอลอาชีพในยุโรป เป็นเป้าหมายของนักเตะญี่ปุ่นหลายต่อหลายคน ฟุตบอลที่ประเทศเยอรมันนั้นมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก ทั้งการเล่นและการซ้อม รวมไปถึงการจัดการต่างๆ เรื่องสนาม จำนวนผู้ชม ล้วนเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจทั้งหมด”

“ความจริงแล้วนักเตะในยุโรป อาจไม่ได้มีเบสิคฟุตบอล เทคนิคการเล่น หรือศักยภาพที่เหนือกว่านักเตะญี่ปุ่นเลยจากที่ผมสัมผัสมา แต่ความแตกต่างที่ได้เปรียบ คือ พวกเขามีร่างกายที่สูงใหญ่ แข็งแกร่ง และเล่นได้ตามแท็คติกที่โค้ชวางไว้”

PHOTO : Taku Ito
“ฟุตบอลที่เยอรมันเมื่อเปรียบเทียบกับในญี่ปุ่นแล้ว เกมของพวกเขาเร็วกว่ามาก โดยเฉพาะการเล่นจังหวะสวนกลับ ฟุตบอลญี่ปุ่นมักจะเน้นเรื่องการครองบอลครองเกม แต่อาจไม่มีจังหวะเข้าทำที่จะแจ้งชัดเจน”

ทาคุ มองว่าประสบการณ์ของเขาในเยอรมัน มีเรื่องที่น่าประทับใจมากๆ คือ การที่เขาได้มีประสบการณ์เล่นในเกมอุ่นเครื่องเจอกับทีมในระดับดิวิชั่น 5 - ดิวิชั่น 2 บางเกมเขาก็ยิงประตูได้ โชว์ฟอร์มได้ดี มันจึงกลายเป็นความทรงจำที่ลืมไม่ลง แล้วเป็นเหมือนการพิสูจน์ตัวเองแล้วว่า ตัวเขาสามารถเล่นในลีกฟุตบอลที่มีมาตรฐานสูงได้ เพราะต้นสังกัดของเขาก็ถือว่าเป็นทีมมีชื่อพอสมควร ฐานแฟนบอลก็ไม่น้อยในแถบนั้น

PHOTO : Aachener Zeitung

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการผจญภัยที่ต่างแดน ทาคุ ก็ต้องกลับไปยังบ้านเกิดอีกครั้ง ด้วยการย้ายไปเล่นให้กับ วอนด์ส อิชิฮาระ สโมสรในลีกรองประเทศญี่ปุ่น เขาอยู่ที่นั่นเพียงปีเดียว แล้วก็ได้ข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์จากเอเย่นต์ที่เชิญชวนให้ลองมาเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ประเทศไทย

ลีกไทยไม่ง่าย

ทาคุ ยอมรับตามตรงว่า เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับลีกฟุตบอลในประเทศไทยเลย เอเย่นต์ติดต่อให้ลองมาทดสอบฝีเท้าหาต้นสังกัดอยู่ก็ลองดู เพราะเป้าหมายในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของเขา มีแค่การได้ลงสนามแล้วประสบความสำเร็จเท่านั้น

เขาถูกพาไปทดสอบฝีเท้ากับหลายทีม แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจ คือ บางสโมสรให้เวลาเขาลงพิสูจน์ตัวเองแค่ 5-10 นาที แล้วก็ฟันธงแล้วว่า ‘ไม่ผ่าน’ ทั้งที่บางเกมเขายังไม่ได้บอล พยายามจับจังหวะอยู่ แล้วต้องการเวลาปรับตัวอยู่เลย ความแข็งแกร่งของร่างกายของเขาก็ยังบางไป จากที่ตั้งเป้าจะเล่นในลีกสูงสุดก็ต้องลดระดับมาหาสังกัดในลีกรอง

PHOTO : Phrae United

ยิ่งไปกว่านั้นดีกรีฝีเท้าของนักเตะที่มาทดสอบ อาจไม่ได้ช่วยอะไรให้คุณถูกจับตามองมากกว่าคนอื่นๆ เลยในประเทศไทย เพราะโค้ชจะสนแค่ว่าคุณเล่นได้หรือเล่นไม่ได้แค่นั้นในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งปัญหาที่เขาต้องเผชิญแต่แรกเริ่มเลย คือ เรื่องของการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน

“ผมชอบลากเลื้อยตามตำแหน่งการเล่นที่เป็นแนวรุก ผมชอบเอาชนะกองหลังฝั่งตรงข้ามด้วยความพริ้วของผม มันอธิบายได้ง่ายมากเพราะผมชอบการดวล 1 ต่อ 1 กับแนวรับฝั่งตรงข้าม แล้วทะลวงผ่านเข้าไปเพื่อหาจังหวะทำประตู แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมใหม่แบบฉับพลันโดยที่ไม่เคยซ้อมกันมาก่อน”  ทาคุ อธิบายสไตล์การเล่นของตัวเองไว้เช่นนั้น

จังหวะการทำประตูของ ทาคุ กับ แพร่ ยูไนเต็ด เลกแรก

สุดท้ายแล้วเขาก็ได้ลงเอยกับ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด (เจแอล เชียงใหม่) ซึ่งเขาก็มีช่วงเวลาที่ลืมไม่ลงที่นั่น เพราะมีส่วนร่วมพาทีมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศศึกบอลถ้วย ช้าง เอฟเอ คัพ ก่อนจะพ่ายให้กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ไปแบบขาดลอย 0-3

หลังจากแยกทางกับ เชียงใหม่ เขาก็ต้องมุ่งหน้าไปเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ กับ อุตรดิตถ์ และ พิษณุโลก เรียกได้ว่า ผจญภัยในลีกล่างๆ แบบครบครัน ซึ่งนอกจากปัญหาเรื่องการสื่อสารที่ต้องปรับตัวกับเพื่อนๆ ยังเจอระบบการจัดการที่งงงวยของบอลลีกประเทศไทยเล่นงาน รวมไปถึงโปรแกรมการลงเตะที่ต่างช่วงเวลาจนปรับตัวไม่ทันกับสภาพอากาศที่ร้อนจนตับแลบ

“ตอนผมเล่นอยู่ในไทยลีก 4 กับ อุตรดิตถ์ เราเป็นแชมป์แล้วในภูมิภาคดังกล่าว แต่ปรากฏว่าไม่ได้เลื่อนชั้นอัตโนมัติ ต้องไปเตะรอบแชมเปี้ยนส์ลีกต่อ โปรแกรมเตะบางทีก็ตั้งไว้ที่ช่วงบ่ายสาม อากาศก็ร้อนมากๆ ไม่เหมาะกับการเล่นฟุตบอลเอาเสียเลย”
PHOTO : Taku Ito

“สภาพสนามของไทยลีก 3 แทบทุกสนามหรือไทยลีก 4 ก็ตามไม่ดีเอาเสียเลย ตอนผมอยู่กับ อุตรดิตถ์ และ พิษณุโลก แล้วต้องไปเยือนสนามแถบ แม่สอด หรือ น่าน พื้นผิวสนามที่ไม่ดี มันไม่เหมาะกับนักเตะในสไตล์การเล่นของผมจริงๆ”

“นักเตะในลีกล่างๆ เลยจำเป็นต้องเน้นไปที่ความแข็งแกร่ง เล่นบอลยาวบอมบ์ไปข้างหน้า พอมาเล่นไทยลีก 2 กับ แพร่ ยูไนเต็ด เห็นได้ชัดเลยว่ามันดีกว่ามากๆ ในเรื่องของสนาม และโปรแกรมลงเตะที่ได้เล่นราว 5-6 โมง มันไม่ร้อนเท่าไหร่ นักเตะก็แสดงศักยภาพที่มีออกมาได้เต็มที่”

จากประสบการณ์ส่วนตัว ทาคุ บอกว่า ถึงเขาจะไม่เคยผ่านการเล่นในลีกสูงสุดบ้านเกิดอย่าง เจ ลีก แต่เขาเห็นบางคนที่โปรไฟล์ผ่านลีกนั้นมา แล้วมาเล่นในประเทศไทย เจอปัญหาแบบที่เขาเจอเข้าก็ปรับตัวไม่ได้เช่นกัน มาอยู่ได้ปีเดียวหรือครึ่งปีก็ต้องเก็บข้าวของย้ายไปที่อื่น

PHOTO : Taku Ito

ดังนั้นมันไม่เกี่ยวเลยว่า คุณจะมีฝีเท้าเก่งกาจมากแค่ไหน? เพราะปัจจัยการเล่นฟุตบอลในประเทศไทย การทดสอบต่างๆ และเรื่องเซอร์ไพรส์ที่คุณต้องเผชิญ จะเป็นบททดสอบว่า พวกเขาจะผ่านมันไปได้หรือไม่? ซึ่งตอนนี้ตัวเขาเจอมาครบแล้วตลอดระยะเวลา 5-6 ปีที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย แล้วนั่นจะเป็นข้อได้เปรียบของเขาในการขึ้นไปเล่น ไทยลีก แน่นอน เนื่องจากตัวเขาผ่านเรื่องยากๆ มาครบหมดแล้ว

แถมยังโชคดีที่เป็นนักเตะต่างชาติ ที่ได้ไปอยู่กับสโมสรที่มีศักยภาพทางการเงินทำทีมไหว เรื่องการจ่ายเงินเดือนช้า เงินเดือนไม่ตรงเวลา มีบ้างแต่ไม่บ่อย ถ้าจ่ายไม่เต็มจำนวน ก็จะมีการทยอยจ่ายมาเป็นงวดๆ จนครบในภายหลัง ทาคุ กล่าวปิดท้ายเรื่องนี้เป็นภาษาไทยว่า “จ่ายนิดนึงไม่เป็นไร ดีกว่าไม่จ่ายเลย”

คุณภาพนักเตะไทยไม่น้อยหน้าญี่ปุ่น

เมื่อลองถามถึงเรื่องการชักชวนเพื่อนๆ ในญี่ปุ่นมาเล่นฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย ทาคุ แชร์ประสบการณ์ว่า มีเพื่อนๆ ของเขาหลายคนสอบถามมาเยอะ แล้วเขาก็ตอบไปว่า ฟุตบอลที่นี่จริงจังและพัฒนาไปมากแล้ว ไม่เหมือนกับในสมัยก่อน

PHOTO : Kyodo News

สาเหตุสำคัญที่ทำให้นักเตะจากแดนอาทิตย์อุทัย หันมาสนใจฟุตบอลไทยมากขึ้น เป็นเพราะว่ากระแส “ชนาธิป ฟีเวอร์” ในประเทศญี่ปุ่น ที่ทำให้คนที่นั่นรู้ว่า ประเทศไทย มีนักเตะที่เก่งกาจระดับซูเปอร์สตาร์ลูกหนังอยู่เหมือนกัน

เมื่อเข้าประเด็นถึงเรื่องนี้ ทาคุ เปิดเผยว่า เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์ มีฝีเท้าที่เทียบได้กับนักเตะญี่ปุ่นแบบไม่อายเลย ตามที่กล่าวไว้ว่า

“ชนาธิป เก่ง แข็งแรง เบสิคดี ความคิดดี ความคิดดี เขามีทุกอย่างไม่แพ้นักเตะญี่ปุ่น เทียบคุณภาพกันได้แบบสบายเลย เพียงแต่ว่าเขาอาจจะไปอยู่กับทีมที่ไม่เหมาะแบบ ฟรอนตาเล่ เพราะสโมสรนั้นพิเศษกว่าทีมอื่นๆ ในเรื่องของแนวทางการเล่นเฉพาะตัว ไปอยู่ทีมอื่นเขาเล่นได้แน่”
ไฮไลท์การเล่นของ ชนาธิป ในฤดูกาล 2018 กับ ซัปโปโร
“ถ้าลองให้ ชนาธิป อยู่กับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ต่อไปแบบยาวๆ สิ เขาเล่นได้แน่ ได้ลงตัวจริงทุกเกมแน่นอน เพราะเขาพิสูจน์ให้เห็นมาแล้ว การจะไปเป็นตัวจริงในสโมสรระดับนั้นมันไม่ง่ายเลยนะ เพราะคุณต้องทุ่มเทในการซ้อมแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ให้โค้ชเห็นก่อน ถ้าไม่เต็มที่เขาก็จะไม่เลือกคุณ”

นอกจากนี้ประสบการณ์ที่เคยปะทะกับนักเตะระดับท็อปของไทย ตอนที่อยู่กับ แพร่ ยูไนเต็ด แล้วได้มีโอกาสเจอกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในบอลถ้วย ทาคุ มองว่า สองนักเตะไทยที่เก่งมากๆ คือ ศุภชัย ใจเด็ด และ ธีราทร บุญมาทัน แต่เขาก็ไม่ตื่นเต้นที่จะได้ลงวัดฝีเท้ากับทั้งคู่ในฤดูกาลหน้า

PHOTO : บอลไทย

ความฝันของ ทาคุ ที่ตัดสินใจย้ายมาเล่นฟุตบอลในเมืองไทย แล้วตั้งเป้าที่จะได้เล่นในลีกสูงสุดกำลังจะเป็นจริงในไม่ช้า หลังจากได้ลงเอยกับ นครปฐม ยูไนเต็ด ซึ่งติดต่อมาระหว่างที่เขาหาต้นสังกัดใหม่ช่วงปิดฤดูกาลพอดี

ความจริงแล้วเขาได้รับความสนใจจากทีมใน ไทยลีก 2 ที่ติดต่อยื่นข้อเสนอเข้ามาทางเอเย่นต์หลายทีม พร้อมกับให้เงินเดือนที่สูงกว่าที่รับกับ นครปฐม เสียอีก แต่เขาเลือกที่จะไปหาความท้าทายใหม่ๆ ในระดับที่สูงขึ้น ด้วยความหวังไว้ว่า หากเขาเล่นดีในปีหน้า หลายทีมยักษ์ใหญ่ก็จะมองเห็น มันก็จะเป็นโอกาสต่อยอดในอาชีพของเขาได้เช่นกัน

ไม่ตั้งเป้าส่วนตัวขอทำเพื่อทีม

ทาคุ ไม่ได้มองเรื่องผลงานส่วนตัวมาเป็นอันดับแรกในซีซั่นหน้า เป้าหมายของเขานั้นมีมองไปที่การช่วยให้ นครปฐม ยูไนเต็ด นั้นอยู่รอดบนลีกสูงสุดให้ได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งความพร้อมของทีมตอนนี้สภาพร่างกายของผู้เล่นนั้นฟิตเต็มถังกันหมดแล้ว

PHOTO : บอลไทย

ภาพรวมในการเตรียมทีม ณ ปัจจุบัน เหลือเพียงแค่การปรับจูนการเล่นของนักเตะทั้งไทยและต่างชาติ หน้าเก่าและหน้าใหม่ ที่มีจำนวนรวมๆ ถึง 30 คน เพื่อหา 11 ตัวจริงที่ดีที่สุด ในมุมมองของเฮดโค้ชต่อไป ซึ่งเมื่อถามถึงโควต้านักเตะต่างชาติ ทาคุ แอบเผยเรื่องเซอร์ไพรส์เอาไว้ว่า

“ผมไม่อยากตัดสินเรื่องฝีเท้าของผู้เล่นคนอื่นๆ ว่าเก่งหรือไม่? เพราะสุดท้ายแล้วมันต้องไปวัดกันที่การเล่นในสนามที่เป็นเกมแบบจริงจังวัดผลได้ก่อน ตอนนี้ นครปฐม มีตัวต่างชาติผิวสี และ นักเตะอิหร่าน อยู่ในทีมด้วย”
PHOTO : NakhonpahomUnited

“แต่ส่วนตัวผมเชื่อว่า ศักยภาพของผมดีพอจะเบียดแย่งตำแหน่งเป็น 11 ตัวจริงของทีมได้นะ ผมอยากรู้ว่าพอผมเล่นในไทยลีก ที่เป็นระดับสูงสุดของที่นี่แล้วผลจะออกมาเป็นยังไง? มันเป็นโอกาสและความท้าทายที่ใหญ่มากสำหรับผม ถ้าผมทำได้ดีก็อาจจะมีทีมใหญ่หันมาให้ความสนใจ”

PHOTO : NakhonpahomUnited
“ผมอยากให้แฟนบอล นครปฐม เข้ามาให้กำลังใจทีมในเกมเปิดสนามที่จะพบกับ การท่าเรือ กันเยอะๆ เพราะเชื่อว่าทีมของผมจะมีเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนบอลได้เห็นกันแน่นอน”

ความตั้งใจของ ทาคุ และเพื่อนร่วมทีม ซึ่งหวังจะเปิดหัวด้วยการล้มยักษ์อย่าง สิงห์เจ้าท่า ในศึก ไทยลีก นัดแรกของฤดูกาล 2023/24 จะเป็นจริงหรือไม่? แฟนบอลไทย คงจะได้รับคำตอบกันอีกไม่นาน เพราะไม่ใช่เพียงผู้ชมที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้เปิดฤดูกาล แต่ตัวนักเตะเองก็มีความกระหายในการลงสนามไม่แพ้กัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : การสัมภาษณ์ออนไลน์

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สโมสร ‘แตงโม’ : ตำนานแชมป์เงินล้านบอลเดินสายสองปีติดทีมเดียวในประเทศไทย


ศราวุฒิ มาสุข : กับชีวิตใหม่ในเส้นทางฟุตบอลเดินสาย

เทพนิยายภูธร : ‘สโมสร ดอนมูล’ ตำนานทีมระดับตำบลผู้พิชิตแชมป์ เอฟเอ คัพ

เมื่อครั้งหนึ่ง “อิชิอิ” เคยทำงานในโรงอาหาร หลังคว้ารองแชมป์สโมสรโลก

คล้ายตรงไหนบ้าง? : ศุภณัฏฐ์ นักเตะเงา โลซาโน่ ในสายตาสื่อต่างประเทศ

เวียดนามกร้าวก่อนซีเกมส์ : "4 ปีก่อน ทรุสซิเย่ร์ ก็เคยพาทีมเวียดนามยู 19 เอาชนะไทยมาแล้ว

เก่งในสนามไม่พอ : สาเหตุใด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึงครองความยิ่งใหญ่ได้แบบยั่งยืน ?

บุรีรัมย์ ยังห่างแค่ไหน ? 10 สถิติไร้พ่ายนานที่สุดในโลก ณ ตอนนี้

คุณสมบัติอะไรที่ทำให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นทีมไร้พ่ายนานที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ ?

แชร์บทความนี้
mask-bg
logo-black

SOCIAL MEDIA

สนใจโฆษณาติดต่อ