ฟังจากปากมิโตมะ : ความท้าทายที่รอ ศุภณัฏฐ์ อยู่ในลีกเบลเยี่ยม

ฟังจากปากมิโตมะ : ความท้าทายที่รอ ศุภณัฏฐ์ อยู่ในลีกเบลเยี่ยม
วิสูตร ดำหริ

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา จะได้ไปวาดลวดลายในลีกสูงสุดของเบลเยี่ยม หลังต้นสังกัดอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประกาศปล่อยนักเตะไปร่วมทัพ โอเอช ลูเวิ่น ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

อนาคตของกองหน้าดาวโรจน์ทีมชาติไทยถูกจับตามาตลอด นับตั้งแต่เดินทางไปร่วมซ้อมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งสุดท้ายแล้วทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า การส่ง เจ้าแบงค์ ไปเบลเยี่ยม น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

อย่างน้อย ๆ ศุภณัฏฐ์ ก็จะมีโอกาสลงสนามมากกว่าอยู่กับเลสเตอร์ โอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกยุโรปก็มีมากขึ้น จุดนี้สำคัญต่อพัฒนาการของนักเตะมาก ๆ หากเขาเล่นได้และโชว์ฟอร์มดี จะกลับมาช่วย เลสเตอร์ ในวันข้างหน้าก็ยังไม่สาย

คาโอรุ มิโตมะ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นไปได้ เพราะเขาเองก็ถูกส่งไปฝังตัวที่เบลเยี่ยม และยังสามารถกลับมาแจ้งเกิดในพรีเมียร์ลีกได้ และนี่คือสิ่งที่ มิโตมะ พบเจอในลีกเบลเยี่ยม ซึ่งน่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา

ผลงานคือใบเบิกทาง

คาโอรุ มิโตมะ ถูก ไบรท์ตัน ดึงมาจาก คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 แต่ด้วยปัญหาเรื่องเวิร์คเพอร์มิต สโมสรจึงปล่อยยืมนักเตะไปเล่นกับทีมในเครืออย่าง ยูเนียน แซงต์ กิลลัวส์ เป็นเวลา 1 ปี

นี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพของ มิโตมะ เลยก็ว่าได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเจอที่เบลเยี่ยมเป็นสิ่งใหม่หมด ทั้งสภาพแวดล้อม, วิธีการฝึกซ้อม, ระบบการเล่น จนมาถึงการใช้ชีวิตนอกสนาม

แนวรุกชาวญี่ปุ่นเจอปัญหาสารพัดไม่เว้นแต่ละวัน และมันก็ส่งผลถึงฟอร์มการเล่นของเขาไปด้วย และนั่นคือเหตุผลที่เขาไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเลยตลอด 2 เดือนแรก กว่าจะมีชื่อออกสตาร์ตเป็น 11 คนแรก ต้องรอถึงนัดที่ 9 ของฤดูกาล

แต่สุดท้าย มิโตมะ ก็ค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับฟุตบอลและการใช้ชีวิตที่นี่ได้ ผลงานของเขาก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งกลายเป็นตัวหลักของ ยูเนียน แซงต์ กิลลัวส์ ในที่สุด ซึ่งผลจะไม่ออกมาเป็นแบบนี้เลย ถ้าเขาแสดงศักยภาพออกมาไม่ได้

“ก่อนอื่นเลยผมต้องทำให้พวกเขา (คนในเบลเยี่ยม) จดจำวิธีการเล่นให้ได้ว่าผมเป็นนักเตะแบบไหน ผมพยายามสังเกตและคิดว่าการเล่นแบบไหนจะดีต่อเพื่อนร่วมทีมแต่ละคนมากที่สุด” มิโตมะ กล่าว

“สุดท้ายแล้ว พวกเขาจะไม่ยอมรับ ถ้าผมไม่สามารถสร้างผลงานในสนามได้ ดังนั้นผมจึงลำบากพอสมควรในช่วงแรก การไม่เรียกร้องต่อตัวเองเป็นอะไรที่ยากมาก ๆ”

ทัศนคติแห่งผู้ชนะ

นอกจากฝีเท้าแล้ว การที่นักเตะเอเชียจะประสบความสำเร็จในลีกยุโรปได้ ต้องใช้พลังใจสูงมาก ๆ เพราะเมื่อคุณไปที่นั่น คุณจะเป็นเพียงนักเตะโนเนมคนหนึ่ง บางคนอาจมองคุณเป็นนักเตะชั้นสองด้วยซ้ำ

เพื่อนร่วมทีมบางคนอาจไม่ส่งบอลให้คุณ โค้ชอาจให้โอกาสนักเตะสัญชาติอื่นมากกว่า แต่คุณต้องห้ามท้อถอยป็นอันขาด นี่คือสิ่งที่ คาโอรุ มิโตมะ ใช้ฟันฝ่าอุปสรรคที่เบลเยี่ยมจนได้รับการยอมรับในที่สุด

มิโตมะ ไม่เพียงมุ่งมั่นที่จะยึดตำแหน่งตัวจริงในทีม แต่เขาจะยิ่งกระตือรือร้นเป็นสองเท่า เมื่อต้องต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งกับคู่แข่งในทีมที่เป็นนักเตะระดับทีมชาติ เขาจะยิ่งแสดงผลงานของตัวเองออกมา ไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

ขณะเดียวกัน ยูเนียน แซงต์ กิลลัวส์ ก็ไม่ใช่ทีมที่วางเป้าหมายไว้สูง ทำให้ มิโตมะ ลงเล่นโดยไร้ความกดดัน ซึ่งว่ากันตามตรง โอเอช ลูเวิ่น ก็เป็นทีมในลักษณะนั้นเช่นกัน จุดนี้น่าจะผลดีต่อ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ไม่มากก็น้อย

“เอาจริง ๆ ผมไม่คิดว่าทีมเราจะมาไกลได้ขนาดนี้ (ได้ลุ้นแชมป์ลีก) แต่ในทีมมีนักเตะฝีเท้าดีหลายคน และทุกคนเริ่มมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ว่า เราทำได้ นักเตะหลายคนที่ทัศนคติที่ยอดเยี่ยม มีนักเตะระดับทีมชาติ การแข่งขันในทีมดุเดือดมาก แต่ผมคิดว่ามันทำให้ผมได้เติบโต” มิโตมะ กล่าว

พร้อมปรับตัวในทุกสถานการณ์

โค้ชแต่ละคนมีมุมมองต่อนักเตะต่างกัน การที่คุณเคยทำผลงานได้ดีกับทีมเก่าในตำแหน่งนี้ อาจไม่ได้หมายความว่าโค้ชคนใหม่จะมองเห็นแบบเดียวกัน เขาอาจปรับคุณไปเล่นในอีกตำแหน่งที่คิดว่ามีประโยชน์ต่อทีมก็ได้

อย่างในเคสของ คาโอรุ มิโตมะ นั้น เขาเล่นในตำแหน่งตัวรุกฝั่งซ้ายในระบบ 4-3-3 กับ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ มาตลอด และผลงานของเขาก็เป็นที่ประจักษ์ แต่เมื่อย้ายมาอยู่กับ ยูเนียน แซงต์ กิลลัวส์ เขากลับถูกขยับไปเล่นเป็นวิงแบ็คฝั่งซ้าย

เหตุผลก็เพราะ ยูเนียน แซงต์ กิลลัวส์ ใช้ระบบ 3-5-2 ที่มีวิงแบ็คคอยวิ่งขึ้นลง และด้วยความที่ มิโตมะ มีความเร็ว คล่องตัว และพาบอลทะลุทะลวงได้ดี โค้ชจึงจับเขาไปยืนเป็นวิงแบ็คซ้าย

ถ้าเลือกได้ มิโตมะ คงอยากไปเล่นเป็นตัวรุกแบบเดิมดีกว่า แต่ในเมื่อสถานการณ์จริงเป็นแบบนี้แล้ว เขาก็ต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับระบบการเล่นของโค้ช เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการได้มีโอกาสลงไปเล่นในสนาม ต่อให้จะถูกจับไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัดก็ตาม

“สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้ลงไปเล่นในสนาม ตำแหน่งปีกของ ยูเนียน ไม่มีที่ว่างเหลือแล้ว เพราะมี ฟาน เซล กับ เดนิส อุนดาฟ ที่ยิงประตูเป็นกอบเป็นกำจับจองอยู่ ดังนั้นตำแหน่งวิงแบ็คจึงเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดที่ผมจะมีโอกาสได้ลงสนาม” มิโตมะ กล่าว

“ตำแหน่งวิงแบ็คยากมากนะ มันต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงเยอะมาก ๆ ตั้งแต่เส้นหลังแดนตัวเองไปจนถึงแดนคู่แข่ง ตอนผมลงเล่น ผมก็คิดไปด้วยว่า จะนำการเลี้ยงบอลที่เป็นเอกลักษณ์ของผมมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร”

นี่คือความท้าทายที่ คาโอรุ มิโตมะ ประสบพบเจอตอนค้าแข้งในลีกเบลเยี่ยม และเขาสามารถก้าวข้ามมันมาได้ จนปัจจุบันกลายเป็นดาวจรัสแสงในพรีเมียร์ลีกกับ ไบรท์ตัน ไปแล้ว ก็ได้แต่หวังว่า ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา จะฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายที่รออยู่ที่นั่น และจารึกชื่อตัวเองเป็นนักเตะไทยคนแรกที่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกบ้างในอนาคต


เรื่องที่เกี่ยวข้อง :

แจ้งเกิดหรือไม่ ยากแค่ไหน ? ถ้า ศุภณัฎฐ์ ถูกส่งไปลีกเบลเยี่ยมกับ ‘โอเอช ลูเวิน’

ถ้า FA ไม่แก้กฎใหม่ : ยากแค่ไหนที่ ศุภณัฏฐ์ จะได้เวิร์คเพอร์มิต ?

ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา : ไปเจออะไรมาที่ เลสเตอร์ ทำไมถึงเก่งเบอร์นั้น ?

ไม่เส้นแต่ของจริง : ‘ศุภณัฏฐ์’ ตอนอายุ 14 ปีกับดาวรุ่งที่เลื่อนขั้นไวที่สุดในฟุตบอลไทย

Inside Forward : ตำแหน่งตัวรุกโมเดิร์นฟุตบอลที่ทำให้ ศุภณัฏฐ์ ฮ็อตปรอทแตก

คล้ายตรงไหนบ้าง? : ศุภณัฏฐ์ นักเตะเงา โลซาโน่ ในสายตาสื่อต่างประเทศ

อ้างอิง : https://sportiva.shueisha.co.jp/clm/football/wfootball/2022/05/21/post_68/index_3.php

https://www.footballchannel.jp/2022/06/21/post466824/3/


แชร์บทความนี้
ฟุตบอล, อนิเมะ, กาแฟ
mask-bg
logo-black

SOCIAL MEDIA

สนใจโฆษณาติดต่อ