“โค้ชอ๊อตโต้” : กุนซือวัย 26 ปีผู้คืนชีพ ชัยนาท เอฟซี ด้วย “เข็มทิศแห่งอนาคต”

“โค้ชอ๊อตโต้” : กุนซือวัย 26 ปีผู้คืนชีพ ชัยนาท เอฟซี ด้วย “เข็มทิศแห่งอนาคต”
ชยันธร ใจมูล

สถานการณ์ของ ชัยนาท ฮอร์นบิล ช่วงเริ่มต้นฤดูกาลใน ไทย ลีก 2 เก็บไปได้เพียงแค่ 15 แต้มจาก 14 นัดที่ลงสนาม ส่งผลให้ผู้บริหารของทีม จำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ ผู้ฝึกสอน

ซึ่งตัวเลือกที่คว้ามาได้ คือ “อ๊อตโต้” พันธุ์นารายณ์ พันธุ์ศิริ โค้ชหนุ่มวัย 26 ปี ที่เคยผ่านดีกรีการทำงานในวงการฟุตบอลไทย มาหลากหลายตำแหน่ง ตั้งแต่เป็น นักวิเคราะห์, เปิดเพจ The Next Coach, ผู้ฝึกสอนระดับเยาวชนทีมชาติไทย และหัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสร กาญจนบุรี เอฟซี และ ดราก้อน ปทุมวัน กาญจนบุรี เอฟซี

โปรไฟล์ของเขาโดดเด่นเป็นที่พูดถึงมานาน ไม่ว่าจะมีดีกรีคว้า ซี ไลเซนส์ ได้ตั้งแต่อายุ 18 ปี เป็นผู้ฝึกสอนอาชีพในไทยที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยวัยเพียงแค่ 23 ปี ปัจจุบันถือครอง บี ไลเซนส์ แถมยังผ่านการฝึกอบรมจบระดับ เอ ไลเซนส์ รอเพียงแค่การสอบให้ผ่าน เพื่ออัพโปรไฟล์ต่อไป

แม้ว่าจะเปิดตัวได้อย่างย่ำแย่ในช่วง 4 เกมแรกที่รับตำแหน่ง แต่ด้วยความไว้วางใจจากผู้บริหาร เชื่อมั่นในปรัชญาการทำทีมฟุตบอลแบบเดียวกัน แล้วบอกเอาไว้ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะรับงานว่า

“ฟุตบอลของ ชัยนาท ฮอร์นบิล คือ ฟุตบอลในแบบของคุณ”

ส่งผลให้ โค้ชอ๊อตโต้ สามารถพลิกฟอร์มการเล่นของทีมได้จากหน้ามือเป็นหลังมือ หลังเข้าสู่เลกที่สอง ยังไม่แพ้ใครเลย แถมยังพาทีมเอาชนะจ่าฝูงของลีกได้ อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของเขา? ร่วมหาคำตอบได้ใน Think Curve - คิดไซด์โค้ง

ความแตกต่างจาก นักวิเคราะห์ มาเป็น โค้ชเต็มตัว

โค้ชอ๊อตโต้ เคยมีประสบการณ์เล่นฟุตบอลมาก่อน ไม่ต่างจากเด็กหนุ่มทั่วไปในประเทศไทย ที่ชื่นชอบกีฬายอดฮิตชนิดนี้ ไปไกลถึงขนาดช่วงวัยรุ่นมีการไปคัดตัวเข้า อะคาเดมี่ ของสโมสร เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด แต่จำเป็นต้องเลิกเล่นในช่วงตอนเข้ามหาวิทยาลัย เมื่ออายุได้ 18 ปี เพราะอาการบาดเจ็บหนักที่สะโพก จากการเล่นกีฬารักบี้

หลังจากผ่านการสอบวัดระดับใบประกอบวิชาชีพโค้ช เขาก็ได้มีการทำงานในสาย นักวิเคราะห์ รวมไปถึงการเปิดเพจ The Next Coach ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอลอย่างละเอียด

ซึ่งเป็นงานของฝ่ายทีมเทคนิค ก่อนจะนำข้อมูลส่งต่อไปยัง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ให้ใช้ประโยชน์จากตรงจุดนี้ต่อไป รวมไปถึงการให้คำปรึกษาในส่วนต่างๆ

อ๊อตโต้ กล่าวว่า “งานในส่วนนี้เปรียบเสมือนประตูบานแรก ในการจะก้าวต่อไปเป็นโค้ช ที่สามารถนำเอาความรู้ตรงนี้ไปต่อยอดได้”

Photo : MuangKan United

แต่พอมาปรับตำแหน่งมาเป็น “โค้ช” หลายๆ อย่างก็แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะในเรื่องของการบริหารจัดการ ที่มีความเข้มข้นมากกว่าการเป็น นักวิเคราะห์เกม ในเรื่องของความรับผิดชอบก็จะมากขึ้น ตามตำแหน่งหน้าที่การทำงาน

ยิ่งไปกว่านั้นการเป็น โค้ช ในระดับเยาวชน กับ โค้ชทีมชุดใหญ่ ก็มีความแตกต่างกันในหลายปัจจัย ปัญหาของนักฟุตบอลเด็ก เป็นเรื่องของสิ่งเร้าที่ต้องเจอ สภาพจิตใจที่ยังบอบบาง การเรียน ปัญหาครอบครัว และ แผนการฝึกซ้อมที่ถูกกำหนดมาตายตัวในแต่ละช่วงวัยตามหลักการสากล

แต่พอมาเป็นผู้เล่นระดับชุดใหญ่ สามารถปรับแต่งออกแบบการซ้อมได้แบบอิสระ แต่ปัญหาที่ต้องเจอก็เป็นเรื่องที่หนักไม่แพ้กัน คือ เรื่องส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น รายได้ และ ภาระหนี้สิน ที่ฟุตบอลเด็กยังไม่เคยเผชิญมาก่อน

การทำงานกับนักเตะทั้งสองช่วงวัย ต่างยากพอๆ กัน หากทำงานแบบลงลึกจริงในฟุตบอลเด็ก ต้องพยายามสร้างทัศนคติที่ดีในการเล่นฟุตบอล ส่วนฟุตบอลผู้ใหญ่ ด้วยวัยที่โตมากขึ้น ย่อมเจอทั้งกลุ่มที่มีทัศนคติที่ดีและแย่ปะปนกันไป

Photo : Kanchanaburi FC

พอได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ฝึกสอนชุดใหญ่ อ๊อตโต้ เชื่อว่า “ตัวของผมเติบโตขึ้นเยอะ เห็นผู้คนมาหลากหลาย รวมไปถึงประสบการณ์หลายๆ อย่าง ที่ช่วยหล่อหลอมให้รู้ว่าควรจะแก้ปัญหาอย่างไร มีแนวทางของตัวเองที่แน่วแน่มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อไปถึงเป้าหมายให้ได้แบบไม่มีไขว้เขว เหมือนช่วงแรกที่ประสบการณ์ยังน้อย”

ภารกิจปลุกชีพ ชัยนาท เอฟซี

ชัยนาท ฮอร์นบิล ถือเป็นสโมสรที่มีแนวทางการทำทีมที่แน่วแน่ แฟนบอลพันธุ์แท้ของทีมต่างทราบกันดีว่า สโมสรนี้ไม่ใช่ทีมจอมทุ่ม เน้นการสร้างมากกว่าซื้อ เอกลักษณ์เด่นๆ เป็นเรื่องของงบประมาณที่น้อย ซึ่งจะเอาไปใช้กับอะคาเดมี่

ปลุกปั้นนักเตะเยาวชน ตั้งแต่รากฐาน หวังสร้างฟุตบอลด้วยความยั่งยืน ไม่ใช่ความสำเร็จแบบฉาบฉวย มุ่งเน้นในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในมือ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่มีการใช้งบประมาณแบบเกินตัว

ความจริงแล้ว โค้ชอ๊อตโต้ ถูกทางสโมสรติดต่อมาก่อนหน้านี้แล้วสองครั้ง ตั้งแต่สมัยทำทีมในระดับ T3 และปีที่ขยับมาทำทีมในระดับ T2 แต่เลือกที่จะไม่ตอบรับข้อเสนอ เพราะเคารพสัญญาด้วยส่วนหนึ่ง และความคิดที่ยังไม่กล้าออกจาก คอมฟอร์ท โซน ในการทำงานอยู่กับทีมเชียร์ ทีมรัก ในพื้นที่ใกล้บ้าน

แต่ปัจจัยสำคัญที่สุด ที่ทำให้ โค้ชอ๊อตโต้ ตอบรับงานหลังได้รับการติดต่อจาก ชัยนาท หนที่สาม คือ คุณพ่อ ที่เป็นแฟนบอลไทย ชอบดูฟุตบอลเอามากๆ ตามไปเชียร์ในสมัยที่คุมทีมบ้านเกิดทุกนัดติดขอบสนามที่เป็นเกมการแข่งขันเกมเหย้า ซึ่งเชียร์ให้ไปร่วมงานกับ ชัยนาท ตั้งแต่ครั้งแรก

Photo : Chainat Hornbill FC

พอได้มีการปรึกษาหารือกันในครอบครัว คุณพ่อ รู้สึกดีใจเอามากๆ ที่ผู้บริหารของสโมสร ชัยนาท ยังแสดงความสนใจในตัวของลูกชายเหมือนเดิม เห็นได้ถึงความตั้งใจจริง ทำให้ตัวของ โค้ชอ๊อตโต้ จึงตัดสินใจพิจารณาข้อเสนอ แล้วประมาณอีกสองวันต่อมา คุณพ่อ ก็จากโลกนี้ไป ด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

แม้ว่าตัวของเขาจะรู้สึกเสียใจกับการเสียคุณพ่อไปแบบกะทันหัน แต่ก็รู้สึกดีใจที่คุณพ่อได้รับรู้เรื่องราวดีๆ ก่อนจะจากไปพร้อมกับความภาคภูมิใจ เลยตัดสินใจรับงานอันหนักอึ้งครั้งนี้เพื่อมอบให้คุณพ่อ แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ ที่มองข้ามไม่ได้เลย คือ การสนับสนุนของผู้บริหาร ที่มีการพูดคุยกันอย่างชัดเจน เรื่องแผนระยะเวลาการทำทีม แม้ว่าสถานการณ์ตอนนั้นจะอยู่ในช่วงเข้าขั้นวิกฤติ แต่ทาง โค้ชอ๊อตโต้ ได้มีการเสนอ โร้ดแมพ ไปให้บอร์ดพิจารณา เพื่อจะได้เข้าใจการวางเป้าหมาย เป็นระยะสั้น ระยะกลาง และ ระยะยาว

โดยทาง โค้ชอ๊อตโต้ ได้กล่าวเสริมจุดนี้เอาไว้ว่า “เมื่อไหร่ก็ตามที่ลักษณะงานต้องเป็นการ สร้างทีม บางอย่างมันเร่งไม่ได้ มันต้องมีระยะเวลาที่กำหนดตามขั้นตอนอย่างชัดเจน ซึ่งทางผู้บริหารก็เข้าใจและมอบอำนาจให้ผมสามารถ ทำทีมตามแนวทางของตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”

Photo : Chainat Hornbill FC

สำหรับเรื่องของความกลัว มันแฝงตัวได้ในทุกช่วงเวลาอยู่แล้วในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ แต่สำหรับความกดดัน เขารู้สึกว่าผ่านมันมาได้ตั้งแต่สมัยได้ใบอนุญาต ซี ไลเซนส์ ตัวเขารับรู้เรื่องนั้น แต่ไม่ได้เอามาเป็นข้ออ้างในการใช้ชีวิต

สิ่งที่ทำให้เรากล้า คือ เรามารับงานเป็นโค้ชฟุตบอลด้วยอายุที่ยังน้อย ไม่ได้เป็นนักบอลอาชีพมาก่อน สิ่งที่อยากจะทำไม่ใช่การหาความสำเร็จใส่ตัวอย่างเดียว

แต่อยากจะเปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลไทย ด้วยการก้าวข้ามกำแพงให้กับเด็กรุ่นใหม่ๆ ได้เห็น ให้กล้าคิด กล้าฝัน จะเป็น นักฟุตบอล โค้ชฟุตบอล โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์เป็นนักบอลชื่อดังมาก่อน หรือเป็นรุ่นพี่ในทีมชาติ เพื่อหวังให้พวกเขาเติบโตมาพาวงการฟุตบอลไทย ไปในระดับที่สูงขึ้น

ความยากในการทำทีมระดับ T2 เป็นเรื่องของศักยภาพของแต่ละทีม ที่มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ตัวผู้เล่นดีขึ้นกว่าระดับ T3 แต่ยังเน้นเรื่องพละกำลังวิ่งสู้ฟัด แต่ประสบการณ์ก่อนหน้านี้ช่วยให้เขาปรับตัวได้ไม่ยาก ด้วยการเดินตามแผนงานที่วางไว้

Photo : Chainat Hornbill FC

จุดเริ่มต้นช่วงแรก คือ ต้องรีบปรับจูนทีมให้เร็วที่สุด พยายามเก็บแต้มให้ได้ทุกนัด ผู้บริหารต้องเข้าใจและรอให้ได้ เชื่อมั่นในวิธีการ แม้ว่าผลลัพธ์ในช่วง 4 นัดแรกจะไม่เป็นไปตามเป้า แพ้รวดทั้งหมดสี่เกม เหมือนดั่งคำพูดที่ว่า

“วันไหนพายุเข้า มองไม่เห็นดวงดาว วิธีการเอาตัวรอด คือ มองไปที่เข็มทิศ แล้วยึดตามแนวทางนั้นไว้”

แน่นอนว่าตัวของ โค้ชอ๊อตโต้ ย่อมเจอกับเสียงวิจารณ์จากกลุ่มเกรียนคีย์บอร์ด ที่ออกมาคอมเมนท์แซะหนักๆ ซึ่งในจุดนี้ตัวของเขา เปิดเผยความรู้สึกว่า

“อย่างแรกเลยความรู้สึกหลังจากที่แพ้ คือ จริงๆ ตัวผมเป็นคนที่เกลียดความพ่ายแพ้มากๆ แม้ว่าเราจะเดินตามแผนงาน พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว แต่นั่นแหละบางอย่างมันเป็นสิ่งที่เร่งไม่ได้”

Photo : Chainat Hornbill FC

“มันเป็นช่วงเวลาที่ลำบากมากสำหรับทีมของเรา ต้องวัดใจใช้คะแนนในลีกเพื่อซื้อเวลาในการสร้างทีม ต้องขอบคุณผู้บริหารที่ยอมให้ ลองทีม ลองแผน ปรับจูนเต็มที่ ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ในเลกแรก”

“ส่วนกระแสวิจารณ์ในมุมมองส่วนตัวของผม มองว่า บ้านเรายังใช้สื่อ โซเชี่ยล มีเดีย แบบมักง่าย พอทีมแพ้ก็ด่าไปเรื่อย รอเหยียบซ้ำ แต่พอกระแสทีมกลับมาดีเหมือนตอนนี้ก็เงียบ”

“เกรียนคีย์บอร์ดบางส่วน มักจะมาเคลมเครดิตว่า ผลงานของทีมดีขึ้นเพราะพวกเขามาด่าไว้ มาวิจารณ์ไว้มาก่อน ตรงนี้ผมขอพูดในนามคนที่ทำงานในวงการฟุตบอล หรือแทนน้องๆ นักฟุตบอลเลยนะว่า ‘มันไม่มีผล’ เนื่องจากคนที่เกี่ยวข้องทุกวันนี้ แทบไม่ได้ใส่ใจคอมเมนท์ประเภทนี้เลย ไม่ได้เปิดอ่านด้วยซ้ำ”

“ไม่ว่าผมจะชินกับสื่อโซเชี่ยล มีเดีย ขนาดไหน ผมก็มองว่ามันเป็นการบั่นทอน เป็นเรื่องที่แย่เอามากๆ พวกเขาไม่ได้มีส่วนสักนิดเลย กับความสำเร็จในชีวิตของผม มันเป็นสิ่งที่ไร้ค่าเอามากๆ”

“ประโยคที่ผมชอบมากๆ แล้วได้ยินมาจากการให้สัมภาษณ์ของดาราคนหนึ่ง คือ ต้นไม้จะเติบโตได้ มันต้องมาจาก น้ำที่ดี ดินที่ดี สภาพอากาศที่ดี ไม่ได้โตจากน้ำร้อนหรือน้ำกรด”

“ผมคิดว่า ข้อความเหล่านั้นมันไม่ได้ช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลเลย ควรคอยให้กำลังใจและสนับสนุนกันไปจะดีกว่า พูดจากใจจริงๆ”

จุดเปลี่ยนสำคัญมาสู่ทีมฟอร์มโหดในเลกที่สอง

ผลงานที่พลิกชะตาจากหน้ามือเป็นหลังมือของ ชัยนาท ฮอร์นบิล หลังออกสตาร์ทเลกที่สอง ด้วยการยังไม่พ่ายให้กับทีมใดเลย และกำราบจ่าฝูงของลีกได้ มาจากการพักเบรกที่ตรงกับช่วงฟุตบอลโลก 2022 พอดิบพอดี

โค้ชอ๊อตโต้ มีการปรับเปลี่ยนวิธีการบางอย่างแบ่งเป็นสองหมวดใหญ่ๆ คือ ในสนาม และ นอกสนาม

“ต้องขอบคุณช่วงปิดเลกมากๆ ที่ตรงกับการแข่งบอลโลก ทำให้เราสามารถหาข้อมูล หาสถิติต่างๆ มาจับต้องเทรนด์ฟุตบอลได้อย่างแม่นยำที่สุดในช่วงนั้น”

“เราพยายามใช้ รายงานเชิงเทคนิค ในทุกๆ เกมที่มีออกมา แล้วศึกษาสถิติของทีมชั้นนำอย่างละเอียด อ้างอิงจากทีมที่ประสบความสำเร็จอย่าง อาร์เจนติน่า, ฝรั่งเศส และ โครเอเชีย”

Photo : GNN

เรื่องใหญ่ๆ ที่ปรับกัน คือ สปีดบอล จำนวนครั้งในการส่ง ความเร็วในการเพรสซิ่ง และเรื่องของความระยะความห่างในการยืนตำแหน่งของผู้เล่นแดนต่างๆ ทั้ง กองหน้า กองกลาง และ กองหลัง

เมื่อได้ตัวเลขที่มันเป็นสิ่งที่โกหกกันไม่ได้มาแล้ว ก็นำมาถ่ายทอดข้อมูลดังกล่าวให้กับผู้เล่นในทีม ซึ่งก็โชคดีด้วยที่พวกเขาเปิดรับ แล้วตื่นเต้นกับวิธีการที่ใช้นำเสนอ

นอกจากนั้นเราก็มีการจัดวันที่จะมานั่ง วิเคราะห์คู่แข่งร่วมกัน ซึ่งทำมาตั้งแต่วันแรกที่รับงานแล้ว แต่ตอนนี้เพิ่มจำนวนเป็น 2 วัน ต่อสัปดาห์ ดูวิดีโอกันแบบละเอียด กล้าพูดได้เลยว่า

“ก่อนจะแข่งเกมนึง ตัวผมเองต้องนั่งดูเทปไม่ต่ำกว่า 5 หรือ 10 เกม มันไม่ใช่งานหนักสำหรับผม เพราะการดูฟุตบอลเป็นสิ่งที่เรารักอยู่แล้ว เราดูคู่แข่งอย่างละเอียด แล้วเอามาคิดเป็นวิธีการฝึกซ้อม เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เล่นรู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง”

Photo : Chainat Hornbill FC

ส่วนโปรแกรมการซ้อมของทีม มีการปรับเพิ่มจำนวน “มื้อ” การซ้อมตั้งแต่ช่วงแรกที่ผลงานไม่ดี พอเข้ามาสานต่องานก็มีการปรับเรื่องความเข้มข้นมากขึ้น เช่นช่วงปีใหม่ทีมอื่นๆ อาจหยุดกัน แต่เราไม่เลย มีซ้อมทั้งเช้าและเย็น ผลงานที่ออกมาก็เกิดจากความพยายามอย่างหนักของทุกคน

“ฟุตบอลของ ชัยนาท ฮอร์นบิล เน้นไปที่เกมรุก สนุก เอนเตอร์เทน เพรสซิ่งหนัก ตามปรัชญาของสโมสรที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอ” โค้ชอ๊อตโต้ กล่าว

ส่วนเรื่องที่ปรับเปลี่ยนอีกอย่าง คือ นอกสนาม ที่มีการวางกฏกติกาของสโมสรไว้อย่างเข้มงวดจากทางประธานเทคนิค เช่น นักฟุตบอลต้องมาซ้อมที่ คลับ เฮ้าส์ ก่อนเวลาประมาณชั่วโมงครึ่งทุกวัน และ เรื่องระเบียบวินัยนอกสนามของนักฟุตบอลในทีม มีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว เรื่อง กินเหล้า สูบบุหรี่ หรือออกไปเตะบอลเดินสาย ถือว่าน้อยเอามากๆ

ส่วนที่ผมเพิ่มเติมเข้ามาในเรื่องนอกสนามอีกอย่าง เป็นการส่งต่อทัศนคติการเป็นผู้ชนะ ซึ่งถ้าถามนักฟุตบอลทุกคนล้วนตอบเป็นเสียงเดียวกันอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต่างกันเป็นเรื่องวิธีการของแต่ละคนที่แสดงออกมา ต้องมีการปรับให้ทุ่มเทเต็มที่ในทุกนาทีของชีวิต ห้ามปล่อยผ่านเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่การโดนเลี้ยงบอลผ่านในการซ้อม

Photo : Chainat Hornbill FC

ทุกคนในทีมต้องมีการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน ต้องสู้เพื่อตำแหน่งในการลงเล่น ไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือตัวสำรอง ซ้อมกันแบบบ้าคลั่ง ทำงานกันอย่างหนัก แก้จากภาพเล็กไปสู่ภาพใหญ่ จนทุกคนมีความคิดตรงกันว่า ต้องการเป็นผู้ชนะในสนาม

นอกจากนี้ยังมีการสร้างความเป็นทีมมากขึ้น หนึ่งอาทิตย์จะมีหนึ่งวันที่เป็นกิจกรรมพิเศษของสโมสร ในการร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นภายในทีม และ ผ่อนคลาย จากโปรแกรมการซ้อมและการแข่งขันที่หนักหน่วง

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ “ดราม่า” โควต้านักเตะต่างชาติ

จากประเด็นเรื่องโควต้านักเตะต่างชาติใน ไทย ลีก ที่เสียงแตกออกเป็นสองฝ่าย มีทั้งกลุ่มที่สนับสนุนแนวคิด และ กลุ่มที่ค้านจากเหตุผลที่มองว่าจะเป็นการปิดโอกาสนักฟุตบอลในประเทศไทย

โค้ชอ๊อตโต้ แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้เอาไว้ว่า

“จริงๆ ผมคิดว่า โควต้าต่างชาติมันได้ประโยชน์เลยนะครับ เพราะว่าการที่ดึงนักเตะจากต่างแดนมา แล้วพวกเขาเป็นผู้เล่นที่มีฝีเท้าที่ดี มันสามารถยกระดับผู้เล่นในทีมเราได้จริงๆ ยกระดับวิธีการเล่นของเราได้จริงๆ”

“เนื่องจากจะทำให้คุณภาพผู้เล่นของเราสูงขึ้น แล้วผู้เล่นเหล่านี้ก็จะสามารถส่งต่อประสบการณ์ที่ดีให้กับน้องๆ ได้ด้วย เคสนี้คิดว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด น่าจะชัดเจนที่สุด”

Photo : Buriram United

“เด็กๆ เขาเติบโตได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ เพราะตัวต่างชาติเขามีคุณภาพจริงๆ มีประสบการณ์จริง และถ่ายทอดให้เด็กๆ ได้จริงๆ”

“ผมคิดว่ามันมีประโยชน์ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละทีม จะสามารถกรองผู้เล่นเข้ามา แล้วยกระดับทีมได้หรือไม่? ไม่ใช่แค่เรื่องฝีเท้า แต่ต้องนับรวมเรื่องทัศนคติด้วยว่า จะสามารถเปลี่ยนแปลงผู้เล่นชาวไทยเราได้มากน้อยขนาดไหน ถ้าคัดกรองตัวเลือกที่ดีมาได้ มันจะยกระดับ ฟุตบอลไทย ได้จริงๆ”

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
5 ปี 5 ดราม่า : รวมเหตุการณ์ที่ทำให้ บุรีรัมย์ & เชียงราย กลายเป็นคู่อริเบอร์ 1 | Think Curve - คิดไซด์โค้ง
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ เชียงราย ยูไนเต็ด ถือเป็นไม้เบื่อไม้เมาของวงการฟุตบอลไทย ไม่ใช่แค่นักเตะที่สาดแข้งใส่กัน แต่ผู้บริหารก็ฟาดฟันกันไม่ยั้ง เหตุการณ์ใดที่ทำให้ทั้งสองทีมกลายเป็นคู่อริเบอร์ 1 ติดตามได้ที่ Think Curve - คิดไซด์โค้ง



เป้าหมายของทีม

จากการวางเป้าหมายไว้เป็น ระยะสั้น ระยะกลาง และ ระยะยาว เป้าหมายระยะสั้นช่วงแรกเดือนนึง ต้องเก็บให้ได้สามแต้ม แต่ต้องจูนทีมให้มีการเครื่องติดเร็วที่สุด

พอเข้าสู่ระยะกลางตั้งเป้าเอาไว้ที่ เก็บให้ได้เดือนละ 6-7 แต้มตามโปรแกรม พร้อมปรับการเล่นของทีมให้มีความลื่นไหลมากขึ้น

จนมาถึงในระยะยาวต้องเก็บให้ได้เดือนละ 7-9 แต้ม รวมไปถึงซีซั่นต่อๆ ไป วางแผนเอาไว้แล้วว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นมากนัก จะได้ไม่ต้องมานับหนึ่งกันใหม่ อันเป็นวงจรที่ฉุดรั้งวงการฟุตบอลในบ้านเราไม่ให้ก้าวไปไหนไกล ซึ่งโค้ชแต่ละคนทำงานได้ช่วงสั้นๆ เท่านั้น

Photo : Chainat Hornbill FC

ส่วนเป้าหมายในการขึ้นสู่ลีกสูงสุด โค้ชอ๊อตโต้ ตอบไว้อย่างชัดเจนว่า

“ด้วยศักยภาพผู้เล่นตอนนี้ที่มีอยู่ในมือ เรามีนักเตะพรสวรรค์และศักยภาพดีเยอะมาก เป็นผลผลิตมาจากอะคาเดมี่ แต่ยังไม่สามารถลงเล่นได้ เพราะขาดเรื่องประสบการณ์ที่ยัดลงไปแบบทันทีทันใดไม่ได้”

“กว่าผู้เล่นชุดนี้จะผลิดอกออกผลจนลุ้นขึ้น T1 ได้ คงเข้าสู่ซีซั่นที่สามไปแล้ว”

ดังนั้นแฟนบอลของ ชัยนาท คงต้องอดทนรอกันไปก่อน เพราะทีมกำลังก้าวมาอย่างถูกทาง มีการพัฒนาชัดเจนเป็นขั้นเป็นตอน ก่อนจะก้าวไปเผชิญกับเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นตามระยะเวลาที่วางไว้

Photo : Chainat Hornbill FC

วางใจได้ว่า โค้ชอ๊อตโต้ จะยังไม่ทิ้งทีมไปไหนแน่ เพราะตัวเขามีความฝันสุงสุด ในการพาทีมเก็บชัยชนะทุกนัด ซึ่งไอดอลของเขาในวงการฟุตบอลไทย คือ มาโน่ โพลกิ้ง ที่รับตำแหน่งเทรนเนอร์ทีมชาติไทยชุดใหญ่อยู่

ไม่ว่าเขาจะอายุเท่าไหร่ เคยมีประสบการณ์ระดับการเป็นนักเตะอาชีพหรือไม่ ที่สุดแล้วผลงานของเขาตอบได้อย่างเสียงดังฟังชัด และทำให้เราได้ข้อสรุปว่า “แผนงาน” คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุก ๆ อาชีพ

การกำหนดทิศทางที่แน่นอน การใช้เวลาที่ได้รับอย่างคุ้มค่า และการทุ่มให้สุดตัวเมื่อกำหนดเป้าหมาย … ทั้งหมดนี้คือเบื้องหลังความยอดเยี่ยมของ ชัยนาท และ โค้ชอ๊อตโต้ ในเวลานี้อย่างแท้จริง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ลูปท่าเรือฯ : วังวนเดิมกับการหวังผลลัพท์ใหม่... เป็นได้จริงหรือ ?

จากเมืองทองฯ ถึง ท่าเรือฯ : รวมดาวทีมชาติไว้ในสโมสรเดียวกันได้ประโยชน์จริงหรือ?

ชินภัทร ลีเอาะ : การกำเนิดสิงห์ฟรีคิกที่ซุ่มซ้อมมา 4 ปี

แหล่งอ้างอิง :

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%9F%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%97_%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A5

https://www.transfermarkt.com/chainat-hornbill-fc/startseite/verein/34292

https://www.transfermarkt.com/pannarai-pansiri/profil/trainer/100399

การสัมภาษณ์ออนไลน์ส่วนตัว

แชร์บทความนี้
หัวหน้ากองบรรณาธิการ, คิดไซด์โค้ง-ThinkCurve
mask-bg
logo-black

SOCIAL MEDIA

สนใจโฆษณาติดต่อ